|
"ลาวหลวง"
|
||
|
คำว่า "ขวัญ" เป็นนามธรรม ไม่มีรูปร่างหน้าตาปรากฏให้เห็น ไม่สามารถจับต้องหรือสัมผัสได้ แต่จะสังเกตได้ด้วยความรู้สึก ถ้าขวัญของผู้ใดอยู่กับตัวผู้นั้นจะมีความสุขกายสบายใจเป็นปรกติ แต่ถ้าขวัญของผู้ใดหลบลี้หนีหายผู้นั้นจะมีลักษณะอาการตรงกันข้าม พิธีบายศรีสู่ขวัญที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาถึงปัจจุบันนี้ คนไทยเชื่อว่าเป็นพิธีกรรมหนึ่งที่จะช่วยส่งเสริมเพิ่มพลังใจให้เข้มแข็ง เมื่อมีขวัญที่มั่นคงพลังใจที่เข้มแข็งดีแล้ว ย่อมส่งผลให้การประกอบภาระกิจหน้าที่นั้น ๆ บรรลุผลสำเร็จได้ตามความมุ่งหมาย คำว่า "บายศรี" แปลว่าข้าวที่เป็นมงคล เป็นสัญลักษณ์ของพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับชีวิต
บายศรี จะเย็บด้วยใบตอง ทำเป็น 3 ชั้น มีข้าว สิ่งของที่สำคัญอื่นๆ อีกประกอบด้วย ดอกบัว เทียนชัย น้ำมะพร้าวอ่อน แว่นเทียน 3 อัน เทียน 9 เล่ม ด้ายสายสิญจน์ บายศรี ในที่นี้ก็คือ สังคมที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันต้องยึดมั่นด้วยคุณธรรม 3 ประการ คือ บายศรี 3 ชั้น หมายถึง
ดอกบัว หมายถึง บัว 4 เหล่า แต่ในที่นี้หมายถึงบัวประเภทที่ 4 ที่พ้นจากผิวน้ำจะชูก้านและดอกพร้อมที่จะขยายกลีบบานเมื่อพระอาทิตย์ส่องแสงในวันรุ่งขึ้น เทียนชัย หมายถึง แสงสว่างทางปัญญา น้ำมะพร้าวอ่อน หมายถึง น้ำใจบริสุทธิ์ แว่นเทียน 3 อัน หมายถึง ภพทั้ง 3 ได้แก่ กายภพ รูปภพ และอรูปภพ เทียน 9 เล่ม หมายถึง ไฟ 3 กอง คือ
(เทียนที่ติดไว้กับแว่นเทียนอันละ 3 เล่ม) ด้ายสายสิญจน์ หมายถึง ห่วงแห่งความผูกพัน
พิธีบายศรีสู่ขวัญต้อนรับนักศึกษาใหม่ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
สรุปว่า ขวัญเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยมาแต่โบราณ ขวัญเป็นสิ่งที่มีอยู่กับคนที่ยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น คนที่ตายไปแล้วจะไม่มีการกล่าวเรียกขวัญ การประกอบพิธีทำขวัญ ก็เพื่อให้เกิดความสุขสบาย เกิดสิริมงคลและสามารถอยู่ในสังคมปัจจุบันได้อย่างเป็นสุข
รวบรวมจากพิธีบายศรีต้อนรับนักศึกษาใหม่ สถาบันราชภัฏธนบุรี ใน วันที่ 2 กรกฎาคม 2543 มาลัย นิลพงษ์. สารน่ารู้ พิกุล-จัน. ๕(๑๐ กรกฎาคม ๒๕๔๓) หน้า ๕ ภาพพิธีบายศรีสู่ขวัญจาก
:
นำลงวันที่ 18 ต.ค 2543 |
|