|
กระดอม
|
![]() |
|
กระดอม
|
มีชื่ออื่นอีกหลายชื่อ เช่น ขี้กาดง มะนอยจา ผักแคบป่า มะนอยหก มะนอยหกฟ้า เขียวขี้กา | ||
|
เป็นผักใช้แกงที่เรียกว่า แกงป่าหรือแกงคั่ว โดยเอาผลมาผ่าเอาเมล็ดออก หรือนำผลมาลวกจิ้มน้ำพริก กระดอมเป็นพืชสมุนไพร เพราะเมื่อนำมาเป็นยา จะแก้โรคหลายชนิด ดังนี้ |
|||
|
ผล
|
มีรสขม บำรุงน้ำดี แก้ดีแห้ง ดีฝ่อ ดีเดือด คลั่ง เพ้อ คุ้มดีคุ้มร้าย ทำโลหิตให้เย็น ดับพิษโลหิต บำรุงมดลูก รักษามดลูกหลังแท้งลูกหรือคลอดลูก ถอนพิษผิด สำแดง แก้ไข้ ส่วนผลแก่เป็นพิษ | ||
|
เมล็ด
|
แก้ผิดสำแดง กินแก้ผลไม้เป็นพิษ รักษาโรคเกิดจากการแท้งลูก ขับน้ำลายช่วย ย่อยอาหาร | ||
|
ราก
|
รสขม แก้ไข้ บำรุงธาตุ ช่วยย่อยอาหาร ดับพิษโลหิต รากแห้งบดผสมน้ำร้อนใช้ ทาถูนวดบริเวณที่ปวดเมื่อย | ||
|
ใบ
|
ใบ นำมาคั้นเอาน้ำหยอดตาแก้ตาอักเสบ แก้พิษบาดทะยัก | ||
|
เถา
|
แก้ไข้ เจริญอาหาร โรคดีฝ่อ ดีเดือด ผิดสำแดง ไข้จับสั่น บำรุงน้ำนม | ||
|
ลักษณะทั่วไป
|
เป็นพืชล้มลุก ลำต้นเป็นเถาไม้เลื้อยไปตามดิน เถามีขนาดเล็กเป็นร่อง ปลายเถา มีมือเป็นเส้นกลมสีเขียว งอเป็นเหมือนลวดสปริง ยาว 14-25 เซนติเมตร ใช้เกาะ ยึด ใบ เป็นใบเดี่ยวเรียงสลับกัน รูปร่างมีหลายลักษณะ เป็นรูปไต รูปสามเหลี่ยม รูปห้าเหลี่ยม หรือ แฉก ขอบใบเว้าเป็นฟันเลื่อย ใบกว้าง 5-10 เซนติเมตร ยาว 6- 12 เซนติเมตร เส้นใบแยกจากโคนใบจุดเดียวกัน ฐานใบเว้าลึกเป็นรูปหัวใจ มี ขนแข็งปกคลุม ลูบจะสากมือ |
![]() |
|
|
ดอก
|
เพศผู้และเพศเมียอยู่ในดอกเดียวกัน สีขาว ขนาด 1-2 เซ็นติเมตร มี 5 กลีบ โคน กลีบเป็นรูปหลอด กลีบดอกมีขนปกคลุมและมีขนาดไม่เท่ากัน เวลาดอกบาน จะ มีลักษณะเป็นรูปไข่ปนรูปขนาน | ![]() |
|
|
ผล
|
รูปรีหัวท้ายแหลม ยาวประมาณ 3-7 เซนติเมตร มีสัน 10 สัน ผลอ่อนมีสีเขียว ผล แก่สีส้มปนแดง เนื้อในขาวเต็มนุ่ม มีเมล็ดสีน้ำตาล |
|
|
|
(สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล 2542:4-5)
|
|||