หัวข้อกระทู้ :
กระบี่กระบอง
รายละเอียด :
ขอประวัติความเป็นมาของวิชากระบี่กระบองค่ะ ให้ลูกทำรายงานค่ะ
ผู้ตั้งกระทู้ :
RS_CONC@ksc.th.com     11/19/2002 10:03:29 PM
คำตอบ
รายละเอียดผู้ตอบ
เรียนยาก อรอุมา     12/28/2011 5:57:43 AM  (23483)
ขอบคุณมากๆๆๆๆ ค่ะ เมย์ คร๊า     12/7/2011 11:04:09 AM  (23473)
ไม่มีมารยาทในการเล่นกระบี่กระบองเลยอ่ะ จะหาไปส่งอาจารย์สังหน่อยเซ็งเลยอ่ะ เบื่ออออออออออออออออออออ เฮ้ยยยยยยยยยยยย ธนภรณ์ พยัตศุภร     5/19/2011 1:37:00 PM  (23338)
เราขอไม้รำที่7-12หน่อยจิ เเ     2/21/2011 1:00:07 PM  (23287)
เเ     2/21/2011 12:59:29 PM  (23286)
หนูก็หายุประวัติกระบี่กระบองหายังไม่เจอเลยคัยใด้บอกหน่อยนะจ๊แบบว่าจาเอาปัยทำรายงานส่งครู 0846951550     2/3/2011 10:31:09 AM  (23280)
ผมมีควารรู้ทางด้านนี้อยู่นะครับเพราะผมมีความชำนาญด้านอาวุธไทยโบราณ วันปิติ     11/19/2010 6:14:12 AM  (23262)
แล้วรูปภาพไปไหนว่ะ abc_def_pol007@hotmail.com     9/14/2010 1:46:30 PM  (23252)
ภาพอยู่ไหน อยากรู้     9/1/2010 8:04:19 AM  (23249)
ไม่มีเลยค่ะ เดะรีรัรนีค     8/14/2010 2:20:43 AM  (23246)
น่าจะมีไม้รำที่7-12บ้าง
วันชัย กล้าทะเล     7/1/2010 1:40:13 PM  (23244)
ไม่รู้ มีนา     6/6/2010 7:44:28 AM  (23229)
ไม่รู้ มีนา     6/6/2010 7:40:54 AM  (23228)
รู้สึกว่าที่ครูบอกชี่อท่าบางท่าไม่เห็นเหมือนที่พิมเลยล่ะ
bbaannkk007@windowslive.com     2/18/2010 4:05:01 AM  (23218)
อยากได้รูปไม้รำกระบี่อ่ะทั้ง12ท่าเลย
หาที่ไหนก้อไม่เจอโดยเฉพาะ7-12อ่ะ
คัยมีรูปหรือเว็บส่งมาให้เราหน่อยนะที่
kae_love11@hotmail.com
>_<     2/9/2010 7:02:25 AM  (23214)
ผมอยากได้ แบบมีรูปอะ งัฟ

ไม้ รำ 12 ท่า เลย นะ

อยากได้ มาก เลย งิ
pongrapee_P@hotmail.com     12/15/2009 12:56:03 PM  (23199)
ใครที่รู้ช่วยตอบทีค่ะว่า ชื่อ-สกุลของพระยาพิชัยดาบหักที่ปรากฎในปัจจุบันคืออะไร? ช่วยตอบทีนะค่ะทำการบ้านส่งคุณครู เด็กหญิงสาวิตรี     11/27/2009 2:04:39 PM  (23195)
ใครที่รู้ช่วยตอบทีค่ะว่า ชื่อ-สกุลของพระยาพิชัยดาบหักที่ปรากฎในปัจจุบันคืออะไร? ช่วยตอบทีนะค่ะทำการบ้านส่งคุณครู เด็กหญิงสาวิตรี     11/27/2009 2:04:08 PM  (23194)
หากมีรูปภาพประกอบก็คงดีมากๆๆกว่านี้ ใหม่     10/23/2009 10:59:26 AM  (23181)
อยากรู้ข้อสอบกระบี่กระบองจังเลยค่ะ นงคราญ     8/18/2009 9:24:25 AM  (23179)
มารยาทและความปลอดภัยในการเล่นกระบี่กระบอง
กิจกรรมการละเล่นหรือกีฬาทุกประเภท จะต้องมีกฎ ระเบียบ ข้อควรคำนึง และข้อบังคับต่างๆ กำหนดไว้ สำหรับผู้เล่นกระบี่เพื่อความเป็นระเบียบและแบบแผน อีกทั้งเพื่อความเป็นสุภาพชนและป้องกันการเกิดอันตรายจากการเล่น และการต่อสู้โดยผู้เล่นกระบี่จะต้องคำนึงถึงสิ่งต่อไปนนี้
1. ควรมีการสำรวจอุปกรณ์ก่อนที่จะใช้ในการเรียนและการเล่นทุกครั้ง
2. ควรมีการสำรวจสถานที่ใช้เรียน และใช่เล่นว่ามีความเหมาะสมกับจำนวนผู้เรียนและผู้เล่นเพียงใด
3. ก่อนเริ่มเรียนควรมีการสำรวจหรือทดสอบความสามารถความรู้พื้นฐานของผู้เรียนผู้เล่นทุกครั้ง
4. ก่อนการเรียนและการเล่น ควรมีการอบอุ่นร่างกายก่อนทุกครับ
5. การแต่งการผู้เรียนและผู้เล่นจะต้องไม่แต่งกายคับจนเกินไป
ทำให้เกิดความอึดอัดไม่คล่องแคล่ว คล่องตัว
6. การเล่น ผู้เล่นควรเล่นในสภาพที่มีความพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจไม่ประมาณในการเล่นและประมาณคู่ต่อสู้
7. การเล่น ผู้เล่นต้องระมัดระวังถึงอันตรายของผู้ดูด้วย อย่าให้เข้ามาใกล้บริเวณที่ใช้เล่นเกินไป อาจก่อให้เกิดอันตรายได้
8. อุปกรณ์ที่ใช้เล่น ควรเก็บไว้ในที่ที่เหมาะสมและจัดเก็บไว้เป็นระเบียบเรียบร้อย
9. อุปกรณ์ที่ใช้เล่นเป็นอาวุธจริง เวลาเก็บควรทาน้ำมันให้เรียบร้อย อย่าให้เกิดสนิม และถ้าเป็นอุปกรณ์หวาย ควรสำรวจให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์อยู่เสมอ
10. การเล่นผู้เล่นต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ กฎ กติกา อย่างเคร่งครัด
11. หากเกิดอุบัติเหตุขณะเล่น ผู้เล่นต้องขอโทษและให้การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
12. เมื่อผู้เล่นเล่นได้ดี ผู้ดูควรปรบมือให้เกียรติแก่ผู้เล่นหรือผู้แสดงด้วย
fon.39@hotmail.com     8/6/2009 10:28:56 AM  (23178)
มารยาทและความปลอดภัยในการเล่นกระบี่กระบอง
กิจกรรมการละเล่นหรือกีฬาทุกประเภท จะต้องมีกฎ ระเบียบ ข้อควรคำนึง และข้อบังคับต่างๆ กำหนดไว้ สำหรับผู้เล่นกระบี่เพื่อความเป็นระเบียบและแบบแผน อีกทั้งเพื่อความเป็นสุภาพชนและป้องกันการเกิดอันตรายจากการเล่น และการต่อสู้โดยผู้เล่นกระบี่จะต้องคำนึงถึงสิ่งต่อไปนนี้
1. ควรมีการสำรวจอุปกรณ์ก่อนที่จะใช้ในการเรียนและการเล่นทุกครั้ง
2. ควรมีการสำรวจสถานที่ใช้เรียน และใช่เล่นว่ามีความเหมาะสมกับจำนวนผู้เรียนและผู้เล่นเพียงใด
3. ก่อนเริ่มเรียนควรมีการสำรวจหรือทดสอบความสามารถความรู้พื้นฐานของผู้เรียนผู้เล่นทุกครั้ง
4. ก่อนการเรียนและการเล่น ควรมีการอบอุ่นร่างกายก่อนทุกครับ
5. การแต่งการผู้เรียนและผู้เล่นจะต้องไม่แต่งกายคับจนเกินไป
ทำให้เกิดความอึดอัดไม่คล่องแคล่ว คล่องตัว
6. การเล่น ผู้เล่นควรเล่นในสภาพที่มีความพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจไม่ประมาณในการเล่นและประมาณคู่ต่อสู้
7. การเล่น ผู้เล่นต้องระมัดระวังถึงอันตรายของผู้ดูด้วย อย่าให้เข้ามาใกล้บริเวณที่ใช้เล่นเกินไป อาจก่อให้เกิดอันตรายได้
8. อุปกรณ์ที่ใช้เล่น ควรเก็บไว้ในที่ที่เหมาะสมและจัดเก็บไว้เป็นระเบียบเรียบร้อย
9. อุปกรณ์ที่ใช้เล่นเป็นอาวุธจริง เวลาเก็บควรทาน้ำมันให้เรียบร้อย อย่าให้เกิดสนิม และถ้าเป็นอุปกรณ์หวาย ควรสำรวจให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์อยู่เสมอ
10. การเล่นผู้เล่นต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ กฎ กติกา อย่างเคร่งครัด
11. หากเกิดอุบัติเหตุขณะเล่น ผู้เล่นต้องขอโทษและให้การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
12. เมื่อผู้เล่นเล่นได้ดี ผู้ดูควรปรบมือให้เกียรติแก่ผู้เล่นหรือผู้แสดงด้วย
fon.39@hotmail.com     8/6/2009 10:28:18 AM  (23177)
อยากด้ายรุปภาพกระบี่แบบเปงไม้
หาม่ายเจอเลย
fang     7/23/2009 2:19:46 PM  (23174)
อยากด้ายรุปภาพด้วย
เพราะว่าจาเอาปายทามงาน
ม่ายมีหั้ยดูเยย
ช่วยเอามาหั้ยด้วยน้รา
fang     7/23/2009 2:17:34 PM  (23173)
ขอบคุณนะสำหรับข้อมูลนะ june 2/8 เจอกัน     3/4/2009 1:23:55 PM  (23160)
ขอบคุนมากๆเลยนะคร้าบบบ ขอมูลด้านบนมีประโยชน์กะเรามากๆเลย รายงานเสร็จแล้ว เย้เย้ ดีใจจัง ขอบคุนมากมายเลยนะ onuma3de1994@hotmail.com     2/9/2009 12:29:14 PM  (23150)
คำถามไม้ตี12ไม้ตีมีอะไรบ้างและขอรูปภาพด้วยจะถามคำถามไม่ได้ตอบคำถาม
สรณ์สิริ     1/9/2009 5:01:27 AM  (23145)
คำถามไม้ตี12ไม้ตีมีอะไรบ้างและขอรูปภาพด้วย สรณ์สิริ     1/9/2009 5:00:06 AM  (23142)
คำถามไม้ตี12ไม้ตีมีอะไรบ้างและขอรูปภาพด้วย สรณ์สิริ     1/9/2009 4:59:41 AM  (23141)
อยากได้วิธีดูแลรักษาค่ะ ห๊ะๆ     12/15/2008 11:16:08 AM  (23134)

ความเป็นมาของ กระบี่ - กระบอง
ชาติไทยเป็นชนชาติที่มีการต่อสู้ ศึกสงครามเพื่อป้องกันประเทศ รักษาความเป็นเอกราชของแผ่นดินที่ยาวนานชนชาติหนึ่ง คนไทยในยุคแรก ๆ ที่เริ่มก่อตั้งแผ่นดินสุวรรณภูมิแหลมทองมาจนถึงยุครัตนโกสินทร์ บรรพบุรุษในยุคดังกล่าวได้อาศัยสติปัญญา ความกล้าหาญ และใช้อาวุธนานาชนิดที่มีอยู่ในท้องถิ่นและกองทัพเข้าต่อสู้ป้องกันมาโดยตลอด เริ่มจากกรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี และ กรุงรัตนโกสินทร์ ชาติไทยเป็นชาติที่รักสงบมากกว่าที่จะคิดเบียดเบียนใคร ความที่เป็นชาติที่รักสงบจึงมักถูกรังแกอยู่เรื่อย ๆ ด้วยเหตุนี้เองทำให้ผู้คนในชาติสมัยก่อนต้องดิ้นรนช่วยตัวเองทั้งชายและหญิง บรรดาทหารกล้าตลอดจนชาวบ้านต่างฝึกฝน เสาะหาเรียนวิชาฟันดาบ และการต่อสู้ด้วยอาวุธนานาชนิด จึงเกิดมีการฝึกซ้อมอยู่เป็นประจำ จนถึงขั้นประลองฝีมือ

ในสมัยก่อน การประลองแบบแรกเป็นเรื่องจริงจังอาศัยหลักวิชาการต่อสู้เป็นหลัก จึงมีคนนิยมเป็นอย่างมาก ยิ่งถ้าประลองกับชาวต่างชาติ หรือชาวตะวันตกที่ใช้อาวุธของเขาเป็นหลักก็ยิ่งทำให้เป็นที่สนใจมากขึ้น (ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชก็ยังมีการประลองมวย และการต่อสู้ด้วยอาวุธหน้าพระที่นั่งเหมือนกัน)

ผู้เรียบเรียงคิดว่าการประลองทั้งสองแบบส่วนใหญ่คงจะมีปะปนกัน เพราะแบบที่สองให้ความสนุกสนานในการชมควบคู่กันไป และแบบที่สอง นี้คงจะพัฒนาการเล่นการแสดง ทำเลียนแบบ นัดแนะลูกไม้ แต่ไม่มีอันตรายใด ๆ นอกจากบาดเจ็บเมื่อพลาดพลั้งบางครั้ง และมีคนนิยมดูมากขึ้น เมื่อถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น รัชกาลที่ 1 - 2 มักจะเรียกว่า การประลองดาบ การประลองหอก การประลองยิงธนู เป็นต้น และเรียกบรรดาผู้คนที่มีวิชาความรู้เรื่องฟันดาบว่า นักดาบ นำหน้าสำนักหรือหมู่บ้านชุมชนนั้น ๆ เช่น นักดาบจากบ้านบางระจัน นักดาบจากกรุงศรีอยุธยา นักดาบจากพุกาม ทหารจากพม่า ลาว เขมร แต่จะไม่มีใคร เรียกว่า นักกระบี่กระบอง เพราะคำว่า กระบี่ – กระบอง เกิดหลังรัชสมัยของรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์คำว่า กระบี่ – กระบอง มีคำกล่าวถึงที่มาของคำนี้อยู่หลายประการ แต่ยังมีเหตุผลที่น่าคิดและน่าเชื่อถือได้อีก ประการหนึ่ง กล่าวคือ

เรื่องรามเกียรติ์ กระบี่ หมายถึง หัวหน้าฝ่ายลิง(หนุมาน) ถือตรีหรือสามง่ามสั้น ๆ เป็นอาวุธ ลิงรูปร่างเล็กเคลื่อนไหวเร็ว แคล่วคล่องว่องไว ลูกน้องพลลิงทั้งหลายบางตัวก็ใช้พระขรรค์เป็นอาวุธ

กระบอง หมายถึง พวกยักษ์ที่พกกระบองเป็นอาวุธ ยักษ์มีรูปร่างใหญ่โต เคลื่อนไหวช้า เพราะฉะนั้นการจัดระเบียบเรียกแยกประเภท อาวุธที่ใช้แสดงต่อสู้ป้องกันตัวน่าจะมาจากการแยกฝ่ายยักษ์และลิง โดย ถือว่าลิงรูปร่างเล็กและผู้พากย์โขนมักเรียกขนานนามว่า ขุนกระบี่ ซึ่งหมายถึง หนุมานหัวหน้าลิง ซึ่งมีตรีหรือสามง่ามสั้นพกเป็นอาวุธประจำกาย และพลลิงตัวอื่น ๆ พกอาวุธสั้น เช่น พระขรรค์ เป็นต้น

ฉะนั้นคำว่า "กระบี่" จึงถูกนำมาเป็นคำเรียกแยกให้รู้ว่าอาวุธสั้นทั้ง หลายจะรวมเรียกว่า กระบี่ ซึ่งมี ดาบ โล่ ดั้ง เขน ไม้ศอกสั้น มีดสั้น พระขรรค์ เคียว ขวาน ตรี สามง่ามสั้น และ สีโหล่

“กระบอง" มาจาก ยักษ์ ที่ถือกระบองเป็นอาวุธยักษ์รูปร่างใหญ่โตและ การเคลื่อนไหวไม่ไวเท่าลิง อาวุธนี้จึงถูกจัดเรียกว่า กระบอง ไม่ว่าสั้นหรือยาวเป็นหัวหน้า ให้ความหมายรวมเป็นของยาวทั้งมวล ถ้าพูดตามความ จริงแล้วการเคลื่อนไหวการต่อสู้จะทำได้ดีซึ่งส่วนมากจะเป็นวงนอก ส่วนของสั้นจะทำได้ทั้งวงนอกและวงใน

ฉะนั้นคำว่า “กระบอง“ จึงถูกแยกเรียกเป็นที่รวมของอาวุธยาวที่ใช้แสดงทั้งหมด เช่น พลอง กระบอง ง้าวทุกชนิด โตมร ทวน หอก เป็นต้น

การเรียกกระบี่กระบองยังมีหลักฐานให้เห็นชัดในเรื่องอาวุธที่นิยมใช้แสดงและเล่นกัน คือ คู่ของไม้ศอกสั้นกับพลอง นั่นคือความหมายที่ถูกจัดให้เห็นว่า อาวุธสั้นคือลิง ผู้แสดงจะแสดงถึงหลักวิชาความคล่องแคล่วว่องไว ส่วนพลองหรือกระบองคือตัวแทนของยักษ์เป็นประเภทอาวุธยาว

ชุติมา กลัดปรี mail clash.kitty@hotmail.com     9/9/2008 5:00:33 AM  (23116)
องค์ประกอบของกระบี่มีอะไรบางค่ะ นา     8/20/2008 6:50:27 AM  (23114)
ก็ดีนะ เพลง     7/27/2008 11:42:08 PM  (23107)
อยากได้ประวัติกระบี่กระบองใครรู้ช่วยส่งมาบอกทีต้องทำรายงานส่งครู ฟ้า     7/25/2008 11:35:43 PM  (23106)
อยากได้ประวัติกระบี่กระบองใครรู้ช่วยส่งมาบอกทีต้องทำรายงานส่งครู ฟ้า     7/25/2008 11:34:53 PM  (23105)
ไม่มีมารยาทในการเล่นหรออ ivy_1988@hotmail.com     6/26/2008 7:03:28 AM  (23099)
ได้คำตอบช่วยส่งมาทาง prince_it9you@hotmail.com กานต์ชนก     6/2/2008 7:25:29 AM  (23096)
*-*--****--*-* *-* *-*     1/21/2008 5:34:13 AM  (23094)
อยากได้ท่ารำทั้ง 12ท่าของกระบี่กระบองนะค่ะ ใครมีส่งเมลล์มาให้หน่อยนะค่ะโดยเฉพาะท่าที่ 7-12(ท่ายักษ์ สอยดาว ควงแตะ แหวกม่าน ลดล่อ เชิญเทียน) daow28@hotmail.com     8/14/2007 3:34:20 AM  (9996)
ไม่มีคำตอบหรอกคะ เพราะข้าพเจ้ามาหาคำตอบต้องขอบคุณมากนะคะ ที่ช่วยหาคำตอบให้คะ ป่าน     7/27/2007 2:24:38 AM  (9628)
นำแตกเก็บคับพี่น้อง 99bb     7/25/2007 10:03:08 AM  (9609)
จะดูมารยาทของผู้ดูกีฬาฟุตบอล จะทำรายงานส่ง อาจารย์เข้าใจไหมๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ทน     7/22/2007 12:01:04 AM  (9561)
อยากได้ระเบียนปะรเพณีอะค่ะ Say_Hi__Dear@hotmail.com     6/30/2007 11:48:08 AM  (9417)
เก่งจัง
คน     6/26/2007 7:11:34 AM  (9384)
อยากรู้คุณสมบัติผู้เล่นของกระบี่กระบอง น้ำ     6/15/2007 11:00:21 AM  (9148)

jeff_Inw@hotmail.com     6/5/2007 9:25:50 AM  (9110)
ดีมาก mod_areeya@thaimail.com     5/27/2007 10:53:54 PM  (9002)
น่ารัก 2541633136     5/26/2007 1:13:38 AM  (8975)
มีรูปไม้รำท่า7-12ไหมคะ p_ployDORAEMON@hotmail.com     5/23/2007 3:05:17 AM  (8935)
อยากรู้ส่วนประกอบแบบละเอียด ......     5/22/2007 8:34:47 AM  (8926)
อยากได้รูป โอ๊คผู้รูปหล่อ     4/30/2007 11:06:21 AM  (7595)
ถือว่าเป็นการตอบกระทู้ที่ดี ให้ความรู้แก่ผู้อ่านได้มากเเละขอบคุณครับที่ทำให้ผมมีอะไรอ่านก่อนสอบ DhonNaThoRn_R     2/24/2007 8:11:15 AM  (761)
ยาก stamp_23110@hotmail.com     2/17/2007 12:09:52 AM  (600)
กระทุ้นี้ได้กล่าวถึง ประวัติกระบี่กระบอง, พรหมนั่ง, พรหมยืน พร้อมรูปประกอบ, แม้ไม้การร่ายรำทั้ง 12 ไม้รำ

กระบี่กระบอง
กระบี่กระบอง จัดเป็นการเล่นแบบกีฬาประเภทหนึ่ง ที่มักจัดให้แสดงเป็นการมหรสพในงานต่างๆ และยังเป็นการเล่นของไทยโดยแท้จริง เพราะไม่เคยปรากฏมีในประเทศใดในโลก เป็นกีฬามหรสพที่นิยมกันมาตังแต่โบราณ เป็นการฝึกหัดใช้อาวุธในยามสงบไปในตัว นับว่าเป็นการแสดงที่ทำให้ตื่นเต้น เร้าใจ มักแสดงในบริเวณที่กว้างๆ เช่น สนามหรือลานใหญ่ๆ ในวัด
เครื่องกระบี่กระบอง มีอยู่ ๒ ชนิด คือ เครื่องไม้รำ กับเครื่องไม้ตี ทั้ง ๒ ชนิดนี้เป็นอาวุธจำลอง ส่วนมากทำมาจากหวาย มีความเหนียวและเบามือ เครื่องไม้รำนั้นลงรักปิดทองประดับกระจกอย่างสวยงามส่วนเครื่องไม้ตีไม่ได้ตกแต่งอะไร
กระบี่ เครื่องไม้รำทำด้วยหวายหรือเอ็นสัตว์ถักเป็นปลอก สวมแกนโลหะที่ยาวตลอดลงไปถึงด้ามด้วย ตอนปลายเป็นหวายหรือเอ็นถึกคล้ายหางกระเบน มักจะลงรักให้แข็งบางทีทาสีแดงตลอดด้ามมีโกร่งกันมือ ส่วนเครื่องไม้ตีนั้นทำอย่างเดียวกันแต่ไม่ตกแต่งอะไร
กระบองหรือพลอง เครื่องไม้รำทำด้วยหวายหรือไม้จริงลงรักปิดทอง เขียนลายรดน้ำหรือทาสีแดงตลอด ไม่มีโลหะประกอบอยู่ด้วยเลย บางทีก็ประดับกระจกอย่างกระบองของเจ้าเงาะในละครรำ เครื่องไม้ตีทำด้วยไม้รากไทรหรือหวายขนาดใหญ่ ลงรักดำหรือทาสีแดงตลอด ตอนปลายทั้งสองข้างใช้เชือกขนาดเล็กพันไว้
ดาบ เช่นเดียวกับกระบี่ แต่ไม่มีโกร่งกันมือ เครื่องไม้รำทำสวยงามมากดูคล้ายมีฝักอยู่ด้วย ส่วนเครื่องไม้ตีทำด้วยหวายเพื่อให้สามารถตีได้ไม่หัก การใช้ดาบนั้น มีทั้งดาบเดี่ยว ดาบคู่ ดาบกับดั้ง ดาบกับเขนดาบกับโล่แล้วแต่จะกำหนด
ง้าว เครื่องไม้รำประดิษฐ์ตกแต่งสวยงามมาก ทำด้วยไม้จริง มีลักษณะใกล้เคียงกับง้าวของจริงมาก ส่วนเครื่องไม้ตีทำด้วยหวาย ไม่มีการตกแต่งอย่างใด
วิธีแสดง การเล่นกระบี่กระบอง มีอยู่ ๒ ประเภท คือ ประเภทแสดง กับประเภทแข่งขัน
ประเภทแสดง - เป็นการเล่นของนักกระบี่กระบองในคณะเดียวกัน จึงเป็นไปอย่างรู้เชิงกันหรือนัดหมายกันไว้อย่างดี ตามภาษากระบี่กระบอง เรียกว่า "รู้ไม้" กันอยู่แล้ว
ประเภทแข่งขัน - ต่างคณะจะลงประอาวุธกัน มีรสชาติขึ้นมาก เพราะสุดแต่ว่า ใครที่มาจากคณะใดจะมีความสามารถมากกว่ากัน



การเล่นกระบี่กระบองที่ครบกระบวนการ จะต้องมีวงปี่ชวาและกลองแขก เสียงปี่เสียงกลองทำให้เกิดความคึกคักขึ้นทั้งผู้แสดงและผู้ดู ในวงปี่ชวา ๑ เลา กลองแขก ๒ ลูก ฉิ่ง ๑ คู่ สถานที่แสดง ได้แก่ ลานกว้างๆ พอที่จะให้ผู้แสดงได้ต่อสู้กันได้ไม่คับแคบนัก ก่อนจะลงมือแสดงจะต้องไหว้ครูกันก่อน จากนั้นก็ถึงการต่อสู้ ปี่ชวาจะขึ้นเพลงเร่งเร้าฟังคึกคัก แตกต่างออกไปจากเพลงไหว้ครู โดยคู่ต่อสู้จะต้องรำอาวุธก่อน ซึ่งเป็นการรำที่ผสมกันระหว่างแบบนาฏศิลป์ กับแบบเฉพาะของแต่ละคณะหรือแต่ละสำนัก เป็นการอวดความสวยงามกัน ตอนรำอาวุธนี้ จะใช้ไม้รำซึ่งขัดทำอย่างประณีตงดงามมาก ท่ารำที่ถือว่าเป็นแบบอย่างของกระบี่กระบอง มี "ขึ้นพรหม" เป็นการรำโดยหันไปสี่ทิศ แล้วก็ถึงท่า "คุม" ตามแบบฉบับคือ รำลองเชิงกันโดยต่างฝ่ายต่างรุกล้ำเข้าไปยังอีกฝ่ายหนึ่ง จากนั้นก็เป็นท่า "เดินแปลง" โดยการสังเกตดูเชิงกันและกัน แล้วจำไว้ว่าใครมีจุดอ่อนที่ใดบ้าง แล้วจึงคุกเข่า "ถวายบังคม" คือ กราบ ๓ ครั้ง จากนั้น จึงเปลี่ยนเครื่องไม้รำมาเป็นเครื่องไม้ตี นักกระบี่กระบองจะต้องสวมมงคลที่ทำด้วยด้ายดิบพันเป็นเกลียว มีขนาดใหญ่เท่าเชือกมนิลา ใช้ผ้าเย็บหุ้มอีกชั้นหนึ่งปล่อยปลายทั้งสองยื่นออก ส่วนเครื่องแต่งกายนั้นขึ้นอยู่กับความนิยม สมัยโบราณแต่งกายอย่างทหาร หรือนุ่งโจงกระเบนแบบหยักรั้ง คาดผ้าประเจียด ตะกรุด หรือนุ่งกางเกงขาสั้น การแสดงก็จะเริ่มจากการจับอาวุธต่อสู้กันเป็นคู่ๆ เช่น กระบี่กับกระบี่ พลองกับพลอง ง้าวกับง้าว พลองกับไม้สั้น จากนั้นก็สุดแต่จะยักเยื้องใช้อาวุธต่างๆ ในที่สุดก็เป็นการตะลุมบอนหรือหลายคู่ หรือการต่อสู้แบบ "สามบาน" คือ คนหนึ่งต่อสู้กับอีก ๒ คน เพลงที่ใช้นั้น เพื่อความเหมาะสมกับการร่ายรำอาวุธแต่ละอย่าง ก็มักจัดเพลงขึ้นตามความเหมาะสม เช่น กระบี่ ใช้เพลงกระบี่ลีลา ดาบสองมือ ใช้เพลงจำปาเทศหรือขอมทรงเครื่อง ง้าวใช้เพลงขึ้นม้า พลองใช้เพลงลงสรงหรือขึ้นพลับพลา การต่อสู้สามบาน ใช้เพลงกราวนอกหรือเพลงฝรั่งรำเท้า







พรหมนั่ง

1. เริ่มต้นจากท่านั่งเตรียม
2. หันหน้าไปทางซ้าย ก้มตัวลงพร้อมกับยกมือไหว้กระบี่
3. มือซ้ายจีบไว้ที่หน้าอก มือขวาเอื้อมไปจับกระบี่
4. ยกกระบี่ให้ขนานกับพื้นข้ามศีรษะ มาพักอยู่ด้านขวากระบี่ขนานกับพื้นชี้ตรงไปทางด้านหลัง
5. ตั้งเข่าขวา โดยให้ปลายเท้ากระดกขึ้น นั่งบนส้นเท้าซ้าย
6. เปลี่ยนเข่า ตั้งเข่าซ้าย โดยให้ปลายเท้ากระดกขึ้น นั่งบนส้นเท้าซ้าย
7. โล้ ไปด้านหน้าเข่าทั้งสองข้างติดพื้น เท้าหลังกระดก
8. รำหน้าเสมอคิ้ว นำมือกลับมาจีบ
9. วางเท้าขวาลง หมุนตัวกลับหลังหันทางด้านขวา โดยตำแหน่งของเท้าไม่ต้องเคลื่อนที่ ให้ยกเฉพาะเข่าทั้งสองข้างเท่านั้น
10. กระบี่วาดขนานพื้นมาเหน็บที่ด้านซ้ายขนานพื้น ปลายกระบี่ชี้ตรงไปด้านหลัง (การวาดกระบี่ต้องกระทำพร้อมกันการหมุนตัว)
11. ตั้งเข่าขวา โดยให้ปลายเท้ากระดกขึ้น นั่งบนส้นเท้าซ้าย
12. รำข้าง เสมอใบหู ลดมือลงมาจีบ
13. เปลี่ยนเข่าเปลี่ยนกระบี่มาทางด้านขวา กระบี่ชี้ตรงด้านหลังขนานกับพื้น ตั้งเข่าซ้าย โดยให้ปลายเท้า กระดกขึ้น นั่งบนส้นเท้าซ้าย
14. โล้ ไปด้านหน้าเข่าทั้งสองข้างติดพื้น เท้าหลังกระดก
15. รำหน้าเสมอคิ้ว นำมือกลับมาจีบ
16. วางเท้าขวาลง หมุนตัวไปด้านขวา โดยยกเฉพาะเท้าขวาไปตั้งทางด้านขวา ตำแหน่งของเท้า และเข่าทาด้านซ้ายขยับตามเล็กน้อยพอเหมาะเพื่อการทรงตัว
17. กระบี่วาดขนานพื้นมาเหน็บที่ด้านซ้ายขนานพื้น ปลายกระบี่ชี้ตรงไปด้านหลัง(การวาดกระบี่จะต้องกระทำพร้อมกันการหมุนตัว)
18. ตั้งเข่าขวา โดยให้ปลายเท้ากระดกขึ้น นั่งบนส้นเท้าซ้าย
19. รำข้าง เสมอใบหู ลดมือลงมาจีบ
20. เปลี่ยนเข่าเปลี่ยนกระบี่มาทางด้านขวา กระบี่ชี้ตรงด้านหลังขนานกับพื้น ตั้งเข่าซ้าย โดยให้ปลายเท้ากระดกขึ้น นั่งบนส้นเท้าซ้าย
21. โล้ ไปด้านหน้าเข่าทั้งสองข้างติดพื้น เท้าหลังกระดก
22. รำหน้าเสมอคิ้ว นำมือกลับมาจีบ
23. วางเท้าขวาลง หมุนตัวกลับหลังหันทางด้านขวา โดยตำแหน่งของเท้าไม่ต้องเคลื่อนที่ ให้ยกเฉพาะเข่าทั้งสองข้างเท่านั้น
24. กระบี่วาดขนานพื้นมาเหน็บที่ด้านซ้ายขนานพื้น ปลายกระบี่ชี้ตรงไปด้านหลัง (การวาดกระบี่จะต้องกระทำพร้อมกันการหมุนตัว)
25. ลุกขึ้นยืนตำแหน่งของเท้าอยู่ที่เดิม ย่อตัวเล็กน้อยในลักษณะท่าคุมรำ ตำแหน่งของมือทั้งสองอยู่ที่เดิม
26. เลื่อนกลางเท้าซ้ายมาชิดส้นเท้าขวา เปิดปลายเท้าขวาตบ ยกเท้าขวาให้เข่าต่อศอกขวา
27. รำข้างเสมอใบหู ลดมือลงมาจีบ
28. วาดกระบี่มาทางขวา ควงกระบี่ไปข้างหน้าสองรอบ จบด้วยท่าคุมรำ




พรหมยืน
การขึ้นพรหมยืน
พรหมยืนจะต้องทำต่อจากการถวายบังคมเมื่อถวายบังคมเสร็จแล้วขณะที่นั่งประนมมือ ผู้แสดงทั้งสองจะต้องกระทำพร้อม ๆ กัน ช้า ๆ โดยเฉพาะผู้ขึ้นพรหมยืนจะต้องสังเกตคู่ต่อสู้เสมอ โดยปฏิบัติขั้นตอนให้ครบทั้ง 5 ทิศ และจบลงในทิศสุดท้าย จะต้องต้องพร้อม ๆ กัน
เริ่มจากการนั่งหันหน้าตรงกับขวามือของคู่ต่อสู้ หลังจากไหว้กระบี่จับกระบี่ด้วยมือขวา ยกขึ้นทัดหู โดยพลิกข้อมือหันโกร่งกระบี่ขึ้นบนปลายกระบี่ชี้ไปข้างหน้ายกขึ้นสูงกว่าระดับขนานพื้นเล็กน้อย ตั้งเข่าซ้ายไปข้างหน้า เฉียงซ้ายมือซ้ายจีบที่กลางหน้าอก พร้อมกับจ้วงกระบี่ คือการใช้ปลายกระบี่ชี้ลงพื้นข้างลำตัว พลิกข้อมือขึ้น พร้อมกับลุกขึ้นยืนด้วยเท้าซ้ายทำขวาหัน ยกเท้าขวาขึ้น
ทิศที่ 1
จังหวะที่ 1 ขณะที่ลุกขึ้นยืนนั้น จะหันซ้ายมือให้คู่ต่อสู้ ตั้งศอกขวาไว้บนเข่าขวาหันโกร่งกระบี่เข้าหาตัว มือซ้ายรำข้าง สายตามองที่ปลายกระบี่
จังหวะที่ 2 ค่อย ๆ วางเท้าขวาชิดเท้าซ้ายและยกเท้าซ้ายขึ้นลำตัวตั้งตรง พร้อมกับจ้วงกระบี่ลงข้างหน้าผ่านข้างลำตัววางเท้าซ้ายลงหน้า น้ำหนักตัวอยู่ที่เท้าซ้าย พลิกกระบี่ขึ้นทัดหูโกร่งกระบี่ขึ้นข้างบน
จังหวะที่ 3 ก้าวเท้าขวาชิดเท้าซ้ายและยกเท้าซ้ายขึ้นลำตัวตั้งตรง พร้อมกับจ้วงกระบี่ลงข้างลำตัววางเท้าซ้ายลงหน้าเท้าขวาแลก้าวเท้าขวาเดินไป 1 ก้าวโล้ตัวไปข้างหน้าน้ำหนักตัวอยู่บนเท้าขวา พลิกกระบี่ที่จ้วง หงายโกร่งกระบี่ขึ้น ก้าวเท้าซ้ายชิดเท้าขวา ยกเท้าขวาให้เข่ารองรับข้อศอกขวา พร้อมกับรำข้าง วางเท้าขวาลงพลิกตัวกลับหลังเปลี่ยนเป็นทิศที่ 2 โดยหันตัวทางซ้ายมือ
ทิศที่ 2
จังหวะที่ 1 ยกกระบี่ทัดหู โล้ลำตัวไปข้างหน้า น้ำหนักตัวอยู่เท้าซ้าย มือซ้ายจีบเข้ากลางหน้าอก
จังหวะที่ 2 ก้าวเท้าขวาชิดซ้าย ยกเท้าซ้าย ลำตัวตรง จ้วงกระบี่ลงข้างหน้าผ่านลำตัวทางซ้าย พร้อมกับวางเท้าซ้ายลงพื้น พลิกกระบี่หงายโกร่งขึ้น
จังหวะที่ 3 ก้าวเท้าขวางเดิน 1 ก้าว ชักเท้าซ้ายชิดเท้าขวา ยกเท้าขวาขึ้น เข่าแตะข้อศอกขวา ลำตัวตั้งตรง พลิกโกร่งกระบี่เข้าหาตัว ปลายกระบี่ชี้ 45 องศา พร้อมกับรำข้าง (เตรียมเปลี่ยนไปทิศที่ 3)
ทิศที่ 3
จังหวัดที่ 1 ก้าวเท้าซ้ายไปข้าหน้า มือซ้ายที่รำข้างอยู่ให้จีบเข้ากลางหน้าอก โล้ตัวไปหน้าน้ำหนักตัวอยู่เท้าซ้าย ก้าวเท้าขวาชิดเท้าซ้าย ยกเท้าซ้าย
จังหวะที่ 2 จ้วงกระบี่ลงข้างหน้าผ่านลำตัวด้านซ้ายพร้อมกับวางเท้าซ้ายลงพื้น ก้าวเท้าขวาไปข้างหน้า 1 ก้าว พลิกกระบี่หงายโกร่งกระบี่เข้าหาลำตัว
จังหวะที่ 3 ก้าวเท้าซ้ายชิดเท้าขวา และยกเท้าขวาขึ้นตั้งรับข้อศอกปลายกระบี่ตั้ง 45 องศา พร้อมกับรำข้างด้วยมือซ้าย (เตรียมเปลี่ยนไปทิศที่ 4) โดยวางเท้าขวาลงข้าหน้า ยกกระบี่ขึ้น ทัดหู มือซ้ายจีบเข้ากลางหน้าอก
ทิศที่ 4
จังหวะที่ 1 ท่าพลิกลำตัวกลับหันหลัง พร้อมกับโล้ลำตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ลำตัวตรง น้ำหนักตัวอยู่เท้าหน้า คือเท้าซ้าย จัดกระบี่ให้อยู่ระดับ 45 องศา ก้าวเท้าขวาชิดเท้าซ้าย
จังหวะที่ 2 ยกเท้าว้าย เมื่อลำตัวนิ่งให้จ้วงกระบี่ลงข้างหน้าผ่านลำตัวทางซ้ายมือ ก้าวหน้าซ้ายลงสู่พื้นและก้าวหน้าขวาไป 1 ก้าว พร้อมกับพลิกกระบี่หงายโกร่งกระบี่ขึ้นหาลำตัว ปลายกระบี่อยู่ระดับ 45 องศา
จังหวะที่ 3 ก้าวเท้าซ้ายชิดเท้าขวา ยกเท้าขวาขึ้นตั้งรับข้อศอกขวา ลำตัวตรง พร้อมกับมือซ้ายรำข้าง (จบทั้ง 4 ทิศ)
จังหวะที่ 4 ควงกระบี่ 2 รอบ เมื่อครบรอบที่ 2 ให้วางเท้าขวาลงพื้น ข้อศอกขวาตั้งฉากกระบี่ขนานพื้น โล้ตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย เข่าขวางอ มือซ้ายจีบอยู่กลางหน้าอกแขนแนบลำตัว เรียกว่า “ท่าคุม”

















แม่ไม้การร่ายรำทั้ง 12 ไม้ลำ มีดังนี้

1. ไม้รำที่ 1 ลอยชาย
ทิศในการเดิน เดินเฉียงแบบสลับฟันปลาเริ่มจากท่าคุมรำ
จังหวะที่ 1 ก้าวเท้าซ้ายเฉียงไปขวา วางเท้าซ้ายลงหน้าเท้าขวาลักษณะทำกึ่งขวาหันโล้น้ำหนักตัวไปข้างหน้า เข่าซ้ายงอเล็กน้อย
จังหวะที่ 2 ก้าวเท้าขวาชิดเท้าซ้าย ลำตัวตรง รักษาระดับกระบี่ให้ขนานพื้น
จังหวะที่ 3 ยกเข่าซ้ายขึ้นตั้งฉาก ปลายเท้างอขึ้น แล้วใช้มือซ้ายรำหน้าให้ตัวนิ่ง
จังหวะที่ 4 หมุนตัวไปทางซ้าย 1 มุมฉากวางเท้าซ้ายลงพร้อมกับวางกระบี่ ให้กระบี่ขนานกับพื้นไปทางซ้ายของลำตัวระดับเอว ปลายกระชี่ชี้ไปข้างหน้า มือซ้ายจีบที่หน้าอก
จังหวะที่ 5 ก้าวเท้าขวาเลยเท้าซ้ายไปข้างหน้า
จังหวะที่ 6 ก้าวเท้าซ้ายชิดเท้าขวา
จังหวะที่ 7 ยกเข่าขวาขึ้นตั้งฉาก ปลายเท้างอขึ้นพร้อมก้มเหยียดแขนซ้ายอกรำข้าง (จบไม้รำที่ 1 ลอยชาย)


2. ไม้รำที่ 2 ควงทัด
ทิศทางในการเดินสลับปลาจากท่าคุมรำ
จังหวะที่ 1 จะเริ่มจากท่าคุมรำให้ก้าวเท้าซ้ายเฉียงไปทางเท้าขวา วางเท้าซ้ายลงหน้าเท้าขวา ลักษณะกึ่งขวาหัน พร้อมกับควงกระบี่ 2 รอบ ยกขึ้นทัดหู ปลายกระบี่ 45 องศา โล้น้ำหนักตัวไปข้างหน้า เข่าซ้ายงอเล็กน้อย
จังหวะที่ 2 ก้าวเท้าขวาชิดซ้ายช้า ๆ ลำตัวตรง (ทรงตัวให้นิ่ง)
จังหวะที่ 3 ยกเข่าซ้ายขึ้นตั้งฉากปลายเท้างอ ลำตัวตั้งตรง (ทรงตัวให้นิ่ง)
จังหวะที่ 4 หมุนตัวไปทางซ้ายเฉียงซ้ายลักษณะยกเท้าซ้าย พร้อมจ้องปลายกระบี่ลงข้างหน้าแล้วพลิกข้อมือหงายให้ปลายกระบี่ชี้เฉียงด้านหน้าประมาณ 45 องศา
จังหวะที่ 5 ก้าวเท้าชิดเท้าขวา ยกเข่าขวาขึ้นตั้งฉากต่อกับข้อศอกขวา ปลายเท้างอขึ้นพร้อมกับมือซ้ายรำข้าง (จบไม้รำที่ 2 ควงทัด)

3. ไม้รำที่ 3 เสือลากหาง
ทิศทางในการเดิน เดินตรงไปข้างหน้าเริ่มจากท่าคุม
จังหวะที่ 1 ก้าวเท้าซ้ายตรงไปข้างหน้า 1 ก้าว โล้ตัวไปข้างหน้าเข่าซ้าย งอเท้าขวาเหยียดตึง น้ำหนักตัวค่อนไปเท้าหน้า คือเท้าซ้าย
จังหวะที่ 2 ก้าวเท้าขวาชิดเท้าซ้าย ทำช้า ๆ ลำตัวตรง หน้าตรง รักษาระดับกระบี่ให้ขนานพื้น
จังหวะที่ 3 ถ่ายน้ำหนักตัวลงที่เท้าขวา พร้อมกับยกเข่าซ้ายขึ้นตั้งฉาก ลำตัวตรง แล้วใช้มือซ้ายรำหน้า
จังหวะที่ 4 ถ่ายน้ำหนักตัวไปข้างหน้าพร้อมกับวางเท้าซ้ายลงพื้น แล้วพลิกตัวทำกลับหลังหันเท้าทั้งสองเป็นจุดหมุน พร้อมกับโล้ตัวไปเท้าขวา พลิกปลายกระบี่ชี้ลงพื้น โกร่งกระบี่หันออก มือซ้ายจีบเข้ากลางหน้าอก
จังหวะที่ 5 ถ่ายน้ำหนักตัวไปเท้าซ้าย ยกเข่าขวาขึ้นตั้งฉาก หมุนตัวทางขวามือทำกลับหลังหัน โดยใช้เท้าซ้ายเป็นจุดหมุน ลดกระบี่ไว้ข้างเอว ทางซ้ายมือ
จังหวะที่ 6 วางเท้าขวาลงข้างหน้า แบมือว้าย แตะกระบี่ที่อยู่ข้างเอว โล้ตัวไปเท้าขวา ลำตัวตรง เท้าซ้ายเหยียดตรง
จังหวะที่ 7 ก้าวเท้าซ้ายชิดเท้าขวา ลักษณะย่อตัวเล็กน้อยเพื่อความสวยงาม ลำตัวตั้งตรงสายตามองตรงไปข้างหน้า กระบี่ขนานพื้น มือซ้ายยังคงแตะอยู่ที่กระบี่เอวซ้าย
จังหวะที่ 8 ยกเข่าขวาขึ้นให้ตั้งฉาก พร้อม ๆ กับมือซ้ายรำข้าง (จบไม้รำที่ 3 เสือลากหาง)


4. ไม้รำที่ 4 ตั้งศอก
ทิศทางในการเดิน เดินเฉียงสลับฟันปลา เริ่มจากท่าคุม
จังหวะที่ 1 ก้าวเท้าซ้ายเฉียงทางขวา พร้อมกับควงกระบี่ลงข้างหน้า 2 รอบ และยกกระบี่ขึ้นทัดหูโล้ลำตัวไปข้างหน้า น้ำหนักลงที่เท้าซ้าย เข่าซ้ายงอเล็กน้อย เท้าขวาเหยียดตึง ปลายกระบี่ชี้ 45 องศา
จังหวะที่ 2 ก้าวเท้าขวาชิดเท้าซ้ายช้า ๆ สายตามองที่ปลายกระบี่ ลำตัวตรง
จังหวะที่ 3 ยกเข่าซ้ายขึ้นตั้งฉาก ปลายเท้างอขึ้น พร้อมกับมือซ้ายตั้งศอก แบมือเรียงชิดติดกัน ให้ศอกตั้งบนเข่าซ้าย ปลายนิ้วแตะที่ตัวกระบี่ลำตัวตั้งตรง
จังหวะที่ 4 ค่อย ๆ หมุนตัวไปทางซ้าย เพื่อทำเฉียงซ้าย ลดมือซ้ายลงจีบที่กลางหน้าอก พลิกข้อมือขวาหงายขึ้นให้โกร่งกระบี่หันเข้าหาตัว พร้อมกับวางเท้าซ้ายลงพื้น
จังหวะที่ 5 ก้าวเท้าขวาเฉียงไปทางซ้าย วางเท้าขวาลงหน้าเท้าซ้าย พร้อมกับโล้ตัวไปให้น้ำหนักลงที่เท้าขวา งอเข่าขวาเล็กน้อยลำตัวตั้งตรง
จังหวะที่ 6 ก้าวเท้าซ้ายชิดเท้าขวา ช้า ๆ เพื่อความสวยงาม ลำตัวตรง ปลายกระบี่ชี้ 45 องศา สายตามองที่ปลายกระบี่
จังหวะที่ 7 ยกเข่าขวาขึ้นตั้งรองรับข้อศอกขวา ตัวตรงนิ่ง พร้อมกับใช้มือซ้ายรำข้าง (จบไม้รำที่ 4 ตั้งศอก)

ไม้รำที่ 5 จ้วงหน้าจ้วงหลัง
ทิศทางการเดินตรงไปข้างหน้า เริ่มจากท่าคุมรำ
จังหวะที่ 1 ก้าวเท้าซ้ายเดินตรงไปข้างหน้า พร้อมกับควงกระบี่ไปข้างหน้า 2 รอบ ยกขึ้นทัดหู วางเท้าซ้ายลงพื้นหน้าเท้าขวา โล้ตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยกระบี่ชี้ 45 องศา ลำตัวตรง
จังหวะที่ 2 ก้าวเท้าขวาชิดเท้าซ้ายช้า ๆ สายตามองที่ปลายกระบี่ ลำตัวตรง
จังหวะที่ 3 ยกเข่าซ้ายขึ้นตั้งฉาก ปลายเท้างอขึ้น จะต้องยืนให้มั่นคงนิ่งไว้ประมาณ 5 วินาที
จังหวะที่ 4 วางเท้าซ้ายลงข้างหน้าตรง ๆ โล้ตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อให้น้ำหนักตัวอยู่ที่เท้าซ้าย (เพื่อที่จะยกเท้าขวาก้าวต่อ)
จังหวะที่ 5 ขณะที่วางเท้าซ้ายลงข้างหน้าตรง ๆ ให้จ้วงกระบี่ลงข้างหน้าปลายกระบี่เฉียงไปข้างซ้ายลำตัว พร้อมกับจ้วงเท้าขวาไปข้างหน้าอีก 1 ก้าว เรียกว่า “จ้วงหน้า”
จังหวะที่ 6 วางเท้าขวาหน้า พร้อมกับพลิกข้อมือให้โกร่งกระบี่หันเข้าหาตัว ปลายกระบี่ชี้ขึ้น 45 องศา โล้ตัวไปข้างหน้าน้ำหนักตัวอยู่ที่เท้าขวา
จังหวะที่ 7 ก้าวเท้าซ้ายชิดเท้าขวา ยกเข่าขวาขึ้นตั้งรองรับข้อศอกขวา ปลายกระบี่ชี้ 45 องศา ลำตัวตรง มือซ้ายค่อย ๆ รำข้าง ประมาณ 5 วินาที จึงจีบเข้าไว้กลางหน้าอกเช่นเดิม
จังหวะที่ 8 วางเท้าขวาลงพื้นข้างหน้า พร้อมกับหมุนตัวไปทางซ้ายมือกลับหลังหัน ยกกระบี่ขึ้นทัดหูโล้ตัวไปข้างหน้า น้ำหนักตัวที่เท้าซ้ายเข่าซ้ายงอเล็กน้อย
จังหวะที่ 9 ยกเข่าซ้ายขึ้น พร้อมกับจ้วงกระบี่ลงข้างหน้า ถอยเท้าซ้ายไปวางหลังเท้าขวาพลิกข้อมือขวาหันโกร่งกระบี่เข้าหาตัวปลายกระบี่ชี้ขึ้น 45 องศา โล้น้ำหนักตัวไปเท้าขวาเล็กน้อย เรียกว่า “จ้วงหลัง”
จังหวะที่ 10 โล้ตัวกลับน้ำหนักตัวลงเท้าซ้ายพร้อมกับยกเข่าขวาขึ้นรองรับข้อศอกขวา ปลายกระบี่ชี้ 45 องศา ลำตัวตรงพร้อมกับมือซ้ายรำข้าง (จบไม้รำที่ 5 จ้วงหน้าจ้วงหลัง)
ถ้าต้องการรำต่อให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับจังหวะที่ 1 ถึงจังหวะที่ 10 โดยหมุนตัวกลับหลังหันใช้เท้าซ้ายเป็นจุดหมุนพร้อมกับควงกระบี่ 2 รอบ วางเท้าขวาลงหน้าเท้าซ้าย ลักษณะคุมรำ

ไม้รำที่ 6 ปกหน้าปกหลัง
ทิศทางเดิน เดินตรงไปข้างหน้า เริ่มจากท่าคุมรำ
จังหวะที่ 1 ควงกระบี่ไปข้างหน้า 2 รอบ พร้อมกับก้าวเท้าซ้ายตรงไปข้างหน้า 1 ก้าว วางเท้าซ้ายลงพื้นพร้อมกับเหยียดแขนซ้ายรำหน้า ปกกระบี่ลงให้ปลายกระบี่ชี้ลงพื้น 45 องศา วางโคนกระบี่พาดบนนิ้วก้อย หันโกร่งกระบี่ออกไปข้างหน้า โล้ตัวให้น้ำหนักตัวไปเท้าซ้าย เรียกว่า “ปกหน้า”
จังหวะที่ 2 ก้าวเท้าขวาชิดเท้าซ้าย ก้มหน้า สายตามองที่ปลายกระบี่ (ทำช้า ๆ เพื่อความสวยงาม)
จังหวะที่ 3 ยกเข่าซ้ายขึ้นตั้งฉาก ลำตัวตรง
จังหวะที่ 4 วางเท้าซ้ายลงพื้นข้างหน้า เท้าขวาพร้อมกับพลิกตัวทำกลับหลังหัน ควงกระบี่ 2 รอบ มือว้ายจีบเข้ากลางอก เมื่อกลับหลังหันแล้วให้ปกกระบี่ลง เหยียดมือซ้ายออกรำหน้า รองรับกระบี่ ปลายกระบี่ชี้ลงพื้น 45 องศา ก้มหน้าเล็กน้อย ถ่ายน้ำหนักตัวไปเท้าขวา เรียกว่า “ปกหลัง”
จังหวะที่ 5 ยกเท้าขวาขึ้นตั้ง มือซ้ายจีบเข้ากลางอก หมุนตัวกลับหลังหัน โดยใช้เท้าซ้ายเป็นจุดหมุน เพื่อหันกลับมาเริ่มในจังหวะที่ 1 ต่อไป (จบไม้รำที่ 6 ปกหน้าปกหลัง)
ถ้าต้องการจะรำต่อให้เริ่มปฏิบัติตาม จังหวะที่ 1 ถึงจังหวะที 5

ไม้รำที่ 7 ท่ายักษ์
ทิศทางการเดิน เดินตรงไปข้างหน้า เริ่มจากท่าคุมรำ
จังหวะที่ 1 ก้าวเท้าซ้ายตรงไปข้างหน้าวางเท้าซ้ายโดยหันลำตัวทางขวา คล้ายทำขวาหัน ยืนในท่ายักษ์ คือการย่อเข่าทั้งสอง น้ำหนักตัวลงตรงกลาง ลำตัวตรง หน้าตรง ตัวกระบี่ขึ้นตรงวางไว้หน้าขาขวา ปลายกระบี่พาดช่วงไหล่ขวา
จังหวะที่ 2 เมื่อลำตัวนิ่งในท่ายักษ์แล้ว ให้สลัดหน้าไปทางซ้าย แล้วสลัดหน้าไปทางขวา
จังหวะที่ 3 สลัดหน้าตรงพร้อมกับยกกระบี่ขึ้นฟังให้ตรงข้างหน้าทางขวา 1 ครั้งทางซ้าย 1 ครั้ง โดยฟันเป็นลักษณะกากบาท
จังหวะที่ 4 เมื่อยก กระบี่ขึ้นฟันข้างหน้า ขวา – ซ้าย แล้วให้กลับอยู่ในท่ายักษ์
จังหวะที่ 5 ยกเข่าขวาตั้งฉากใช้เท้าซ้ายเป็นจุดหมุนพลิกตัวกลับหลังหัน เมื่อกลับหลังหันแล้วให้วางเท้าขวาลงหน้าเท้าซ้ายตัวตรง หน้ามองตรงพร้อมกับยกเท้าซ้ายหมุนตัวกลับหลังหันอีกครั้งหนึ่ง โดยใช้เท้าขวาเป็นจุดหมุน จะกลับมาอยู่คล้ายจังหวะที่ 4 ลักษณะท่ายักษ์ เมื่อตัวนิ่งแล้ว ให้สลัดหน้าทางซ้าย 1 ครั้ง ทางขวา 1 ครั้ง และกลับมาสู่ท่ายักษ์ (จบไม้รำที่ 7 ท่ายักษ์)

ไม้รำที่ 8 สอยดาว
ทิศทางการเดิน เดินตรงไปข้างหน้า เริ่มจากท่าคุมรำ
จังหวะที่ 1 ก้าวเท้าซ้ายตรงไปข้างหน้า เปลี่ยนวิธีจับกระบี่ใหม่ โดยใช้นิ้วชี้สอดขึ้นบนกระบี่ จับกระบี่ด้วยนิ้วกลาง นิ้วนาง และนิ้วก้อย พร้อมกับปล่อยปลายกระบี่หมุนลงล่าง โดยใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางคีบกระบี่ ขณะที่ปล่อยปลายกระบี่หมุนลงล่าง จับกระบี่โดยหงายมือขึ้น โกร่งกระบี่หันออก วางเท้าซ้ายลงพื้นทำขวาหัน ลดมือซ้ายใช้ฝ่ามือแตะที่ตัวกระบี่ ปลายกระบี่ชี้ลงพื้นเล็กน้อย
จังหวะที่ 2 ก้าวเท้าขวาชิดเท้าซ้าย ฝ่ามือซ้ายแตะที่กระบี่
จังหวะที่ 3 ยกเข่าซ้ายตั้งฉาก ยกกระบี่ขึ้นเล็กน้อย ฝ่ามือซ้ายแตะกระบี่
จังหวะที่ 4 ก้าวซ้ายตรงไปข้างหน้า พร้อมกับจ้วงกระบี่และสอดกระบี่ขึ้นข้างบน เรียกว่า
“สอยดาว” พร้อมกับก้าวเท้าขวาเดินอีก 1 ก้าว ทำกลับหลังหัน
จังหวะที่ 5 พลิกข้อมือกระบี่ตั้งขึ้นหันโกร่งกระบี่ออก งอเข่าทั้งสองข้างลำตัวตั้งตรง มือซ้ายจิ้มเข้ากลางหน้าอก
จังหวะที่ 6 ก้าวเท้าซ้ายชิดเท้าหลัง
จังหวะที่ 7 ยกเข่าขวาตั้งฉาก เมื่อตัวนิ่งแล้วมือซ้ายเหยียดออกรำหน้า
จังหวะที่ 8 วางเท้าขวาลงพื้น พลิกข้อมือที่จับกระบี่หงายมือขึ้นแบฝ่ามือซ้ายหันฝ่ามือลง แตะปลายกระบี่ ถ่ายน้ำหนักตัวไปเข่าขวา ยกเข่าซ้ายตั้งฉากเพื่อเดินตรงไปข้างหน้า
จังหวะที่ 9 พลิกข้อมือหันโกร่งกระบี่ออกนอกลำตัว ปลายกระบี่ชี้ขึ้นข้างบนประมาณ 45 องศา มือซ้ายจีบเข้ากลางหน้าอก ย่อเข่าทั้งสองเล็กน้อย
จังหวะที่ 10 ยกเข่าขวาตั้งฉากให้ตัวนิ่งแล้วมือซ้ายรำหน้า (จบไม้รำที่ 8 สอยดาว)
ถ้าต้องการรำต่อ หรือเข้าสู่ท่าคุมรำ ให้วางเท้าขวาลงบนพื้น ยกกระบี่ ขึ้นควง 2 รอบ อยู่ในท่าคุมรำ





ไม้รำที่ 9 ควงแตะ
ทิศทางการเดินตรงไปข้างหน้า เริ่มจากท่าคุมรำ
จังหวะที่ 1 ก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า วางเท้าซ้ายลงพร้อมกับทำขวาหัน ควงกระบี่ 2 รอบ เหยียดมือซ้ายรองรับปลายกระบี่ ที่ขนานกับพื้น หันโกร่งกระบี่ออกเรียกว่าควงแตะ งอเข่าทั้ง 2 เล็กน้อย ลำตัวตรง
จังหวะที่ 2 ยกเข่าขวาขึ้นตั้งฉาก ใช้เท้าเป็นจุดหมุนกลับหลังหัน พร้อมกับควงกระบี่ 2 รอบ วางเท้าขวา ลงพื้นในทิศทางตรงไปข้างหน้า เช่นเดียวกับจังหวะที่ 1 แต่หันหน้าตรงข้ามกัน
จังหวะที่ 3 ย่อเข่าทั้งสองเล็กน้อยลำตัวตั้งตรงกระบี่ขนานพื้น หน้ามองตรง
จังหวะที่ 4 ก้าวเท้าซ้ายชิดเท้าขวา ทำช้า ๆ ให้ลำตัวนิ่ง
จังหวะที่ 5 ยกเข่าขวาตั้งฉาก (จบไม้รำที่ 9 ควงแตะ)
ถ้าต้องการรำต่อก็เริ่มต้นตั้งแต่จังหวะที่ 1 โดยการวางเท้าขวาลงพื้นและก้าวเท้าซ้ายหมุนตัวกลับหันหลัง พร้อมกับควงกระบี่ 2 รอบ “ควงแตะ”

ไม้รำที่ 10 หนุมานแหวกฟองน้ำ
ทิศทางเดิน เดินตรงไปข้างหน้า, กลับหลังหัน, ขวาหัน เริ่มจากท่าคุมรำ
จังหวะที่ 1 ก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า 1 ก้าว พร้อมกับควงกระบี่ 2 รอบ ยกขึ้นปก (แขนขวาแนบที่หูขวาคว่ำปลายกระบี่ชี้ลงพื้น 45 องศา โกร่งกระบี่หันออก โล้ตัวไปหน้าให้น้ำหนักตัวลงที่เท้าซ้าย ก้มหน้าเล็กน้อย มือซ้ายเหยียดออกคล้ายรำหน้า นิ้วชิดติดกัน หันฝ่ามือออกให้โคนกระบี่วางที่กลางนิ้วก้อย)
จังหวะที่ 2 ก้าวเท้าขวาชิดเท้าซ้าย พยายามย่อเข่าทั้ง 2 ลงเล็กน้อย เพื่อความสวยงาม
จังหวะที่ 3 ยกเข่าซ้ายขึ้นตั้งฉาก ให้ตัวนิ่งไว้ระยะหนึ่ง
จังหวะที่ 4 วางเท้าซ้ายลงพื้นข้างหน้าค่อย ๆ ยกปลายกระบี่ชี้ขึ้น มือทั้งสองทำท่าแหวก หรือท่าว่ายน้ำ ท่ากบ ซึ่งเรียกว่า แหวกฟองน้ำ ให้แขนทั้งสองเสมอไหล่ และขนานกับพื้น หันโกร่งกระบี่ออก ย่อเข่าซ้าย น้ำหนักตัวโล้ไปเท้าซ้าย
จังหวะที่ 5 วางเท้าซ้ายลงพื้นข้างหน้าพลิกตัวกลับหลังหันโดยหมุนตัวทางขวา รวมทั้งแขนทั้งสองมาป้องข้างหน้า โดยแบมือซ้ายหันฝ่ามือลงพื้นให้กระบี่ตั้งขึ้นอยู่ในง่ามนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้งอข้อศอกทั้งสองยกขึ้นขนานกับพื้นอยู่เหนือสายตา
จังหวะที่ 6 ยกเข่าขวาขึ้นตั้งฉาก
จังหวะที่ 7 ใช้เท้าซ้ายเป็นหลัก หมุนตัวไปทางขวา (ทำขวาหัน) พร้อมกับวางเท้าขวาลงข้างหน้า ก้าวเท้าซ้ายชิดเท้าขวา ยกเท้าขวาขึ้นตั้งฉาก (จบไม้รำที่ 10 หนุมานแหวกฟองน้ำ)



ไม้รำที่ 11 ลดล่อ
ทิศทางเดิน เดินตรงไปข้างหน้าโดยการพลิกตัวขวา – ซ้าย เริ่มจากท่าคุมรำ
จังหวะที่ 1 จากท่าคุมรำลดกระบี่ลง แขนงอเล็กน้อย กระบี่ขนานพื้น มือซ้ายกำหลวม ๆ ยกแขนขึ้นระดับหน้าผาก หันหน้ามองลอดแขนไปทางปลายกระบี่ ย่อตัวให้น้ำหนักตัวลงที่เท้าขวา ลักษณะนี้เรียกวา “ลด”
จังหวะที่ 2 ก้าวเท้าซ้ายตรงไปข้างหน้า 1 ก้าว ยกเท้าขวาหมุนตัวกลับหลังหัน โดยหมุนตัวทางขวามือ วางเท้าขวาหน้าเท้าซ้าย มือซ้ายกำหลวม ๆ ลดลงระหว่าหน้าขาซ้ายงอข้อศอกเล็กน้อยยกกระบี่ขึ้นแขนงระดับหน้าผาก ก้มหน้า หันหน้ามองปลายกระบี่เสมอ โล้ตัวไปข้างหน้า น้ำหนักตัวอยู่ที่เท้าขวา ลักษณะนี้เรียกว่า “ล่อ” (จบไม้รำที่ 11 ลดล่อ)
ถ้าต้องการรำต่อ ให้ก้าวเท้าซ้ายสอดไปหลังเท้าขวา และวางเท้าขวาข้างหน้าเท้าซ้าย พร้อมกับพลิกตัวกลับหลังทางซ้ายมือ กลับอยู่ท่าคุมรำ หรือทำจังหวะที่ 1 ต่อไป

ไม้รำที่ 12 เชิญเทียน
ทิศทางเดิน เดินสลับฟันปลาเฉียงขวา เฉียงซ้าย เริ่มจากท่าคุมรำ
จังหวะที่ 1 ก้าวเท้าซ้ายไปทางขวากึ่งขวาหัน ตั้งกระบี่ขึ้นเอามือซ้ายไปรองด้ามกระบี่ โดยแบมือขึ้น โล้น้ำหนักตัวไปข้างหน้า
จังหวะที่ 2 ก้าวเท้าขวาชิดเท้าซ้ายทำช้า ๆ
จังหวะที่ 3 ยกเท้าซ้ายขึ้นให้เข่าตั้งฉาก ลำตัวตรง
จังหวะที่ 4 ให้เท้าซ้ายเป็นจุดหมุน หมุนตัวไปเฉียงซ้าย พร้อมกับวางเท้าซ้ายลงกึ่งซ้ายหันโล้น้ำหนักตัวไปเท้าหน้า คือเท้าซ้าย ลำตัวตรงนิ่งไว้ระยะหนึ่ง จึงก้าวเท้าขวาเดิน 1 ก้าว วางเท้าขวาลงหน้าเท้าซ้าย ก้าวเท้าซ้ายชิดเท้าขวา
จังหวะที่ 5 ยกเข่าขวาขึ้นตั้งฉาก มือว้ายรำโดยการพลิกให้ฝ่ามือหันออก หลังมืออยู่หน้าโกร่งกระบี่ (จบไม้รำที่ 12 เชิญเทียน)
ถ้าต้องการรำต่อ ก็ให้หมุนตัวเฉียงมาทางขวามือ และปฏิบัติเช่นเดียวกับจังหวะที่ หรือควงกระบี่ 2 รอบ อยู่ในท่าคุมรำ

The_massages1@hotmail.com (เจน)     2/16/2007 2:37:29 AM  (578)
กระทุ้นี้ได้กล่าวถึง ประวัติกระบี่กระบอง, พรหมนั่ง, พรหมยืน พร้อมรูปประกอบ, แม้ไม้การร่ายรำทั้ง 12 ไม้รำ

กระบี่กระบอง
กระบี่กระบอง จัดเป็นการเล่นแบบกีฬาประเภทหนึ่ง ที่มักจัดให้แสดงเป็นการมหรสพในงานต่างๆ และยังเป็นการเล่นของไทยโดยแท้จริง เพราะไม่เคยปรากฏมีในประเทศใดในโลก เป็นกีฬามหรสพที่นิยมกันมาตังแต่โบราณ เป็นการฝึกหัดใช้อาวุธในยามสงบไปในตัว นับว่าเป็นการแสดงที่ทำให้ตื่นเต้น เร้าใจ มักแสดงในบริเวณที่กว้างๆ เช่น สนามหรือลานใหญ่ๆ ในวัด
เครื่องกระบี่กระบอง มีอยู่ ๒ ชนิด คือ เครื่องไม้รำ กับเครื่องไม้ตี ทั้ง ๒ ชนิดนี้เป็นอาวุธจำลอง ส่วนมากทำมาจากหวาย มีความเหนียวและเบามือ เครื่องไม้รำนั้นลงรักปิดทองประดับกระจกอย่างสวยงามส่วนเครื่องไม้ตีไม่ได้ตกแต่งอะไร
กระบี่ เครื่องไม้รำทำด้วยหวายหรือเอ็นสัตว์ถักเป็นปลอก สวมแกนโลหะที่ยาวตลอดลงไปถึงด้ามด้วย ตอนปลายเป็นหวายหรือเอ็นถึกคล้ายหางกระเบน มักจะลงรักให้แข็งบางทีทาสีแดงตลอดด้ามมีโกร่งกันมือ ส่วนเครื่องไม้ตีนั้นทำอย่างเดียวกันแต่ไม่ตกแต่งอะไร
กระบองหรือพลอง เครื่องไม้รำทำด้วยหวายหรือไม้จริงลงรักปิดทอง เขียนลายรดน้ำหรือทาสีแดงตลอด ไม่มีโลหะประกอบอยู่ด้วยเลย บางทีก็ประดับกระจกอย่างกระบองของเจ้าเงาะในละครรำ เครื่องไม้ตีทำด้วยไม้รากไทรหรือหวายขนาดใหญ่ ลงรักดำหรือทาสีแดงตลอด ตอนปลายทั้งสองข้างใช้เชือกขนาดเล็กพันไว้
ดาบ เช่นเดียวกับกระบี่ แต่ไม่มีโกร่งกันมือ เครื่องไม้รำทำสวยงามมากดูคล้ายมีฝักอยู่ด้วย ส่วนเครื่องไม้ตีทำด้วยหวายเพื่อให้สามารถตีได้ไม่หัก การใช้ดาบนั้น มีทั้งดาบเดี่ยว ดาบคู่ ดาบกับดั้ง ดาบกับเขนดาบกับโล่แล้วแต่จะกำหนด
ง้าว เครื่องไม้รำประดิษฐ์ตกแต่งสวยงามมาก ทำด้วยไม้จริง มีลักษณะใกล้เคียงกับง้าวของจริงมาก ส่วนเครื่องไม้ตีทำด้วยหวาย ไม่มีการตกแต่งอย่างใด
วิธีแสดง การเล่นกระบี่กระบอง มีอยู่ ๒ ประเภท คือ ประเภทแสดง กับประเภทแข่งขัน
ประเภทแสดง - เป็นการเล่นของนักกระบี่กระบองในคณะเดียวกัน จึงเป็นไปอย่างรู้เชิงกันหรือนัดหมายกันไว้อย่างดี ตามภาษากระบี่กระบอง เรียกว่า "รู้ไม้" กันอยู่แล้ว
ประเภทแข่งขัน - ต่างคณะจะลงประอาวุธกัน มีรสชาติขึ้นมาก เพราะสุดแต่ว่า ใครที่มาจากคณะใดจะมีความสามารถมากกว่ากัน



การเล่นกระบี่กระบองที่ครบกระบวนการ จะต้องมีวงปี่ชวาและกลองแขก เสียงปี่เสียงกลองทำให้เกิดความคึกคักขึ้นทั้งผู้แสดงและผู้ดู ในวงปี่ชวา ๑ เลา กลองแขก ๒ ลูก ฉิ่ง ๑ คู่ สถานที่แสดง ได้แก่ ลานกว้างๆ พอที่จะให้ผู้แสดงได้ต่อสู้กันได้ไม่คับแคบนัก ก่อนจะลงมือแสดงจะต้องไหว้ครูกันก่อน จากนั้นก็ถึงการต่อสู้ ปี่ชวาจะขึ้นเพลงเร่งเร้าฟังคึกคัก แตกต่างออกไปจากเพลงไหว้ครู โดยคู่ต่อสู้จะต้องรำอาวุธก่อน ซึ่งเป็นการรำที่ผสมกันระหว่างแบบนาฏศิลป์ กับแบบเฉพาะของแต่ละคณะหรือแต่ละสำนัก เป็นการอวดความสวยงามกัน ตอนรำอาวุธนี้ จะใช้ไม้รำซึ่งขัดทำอย่างประณีตงดงามมาก ท่ารำที่ถือว่าเป็นแบบอย่างของกระบี่กระบอง มี "ขึ้นพรหม" เป็นการรำโดยหันไปสี่ทิศ แล้วก็ถึงท่า "คุม" ตามแบบฉบับคือ รำลองเชิงกันโดยต่างฝ่ายต่างรุกล้ำเข้าไปยังอีกฝ่ายหนึ่ง จากนั้นก็เป็นท่า "เดินแปลง" โดยการสังเกตดูเชิงกันและกัน แล้วจำไว้ว่าใครมีจุดอ่อนที่ใดบ้าง แล้วจึงคุกเข่า "ถวายบังคม" คือ กราบ ๓ ครั้ง จากนั้น จึงเปลี่ยนเครื่องไม้รำมาเป็นเครื่องไม้ตี นักกระบี่กระบองจะต้องสวมมงคลที่ทำด้วยด้ายดิบพันเป็นเกลียว มีขนาดใหญ่เท่าเชือกมนิลา ใช้ผ้าเย็บหุ้มอีกชั้นหนึ่งปล่อยปลายทั้งสองยื่นออก ส่วนเครื่องแต่งกายนั้นขึ้นอยู่กับความนิยม สมัยโบราณแต่งกายอย่างทหาร หรือนุ่งโจงกระเบนแบบหยักรั้ง คาดผ้าประเจียด ตะกรุด หรือนุ่งกางเกงขาสั้น การแสดงก็จะเริ่มจากการจับอาวุธต่อสู้กันเป็นคู่ๆ เช่น กระบี่กับกระบี่ พลองกับพลอง ง้าวกับง้าว พลองกับไม้สั้น จากนั้นก็สุดแต่จะยักเยื้องใช้อาวุธต่างๆ ในที่สุดก็เป็นการตะลุมบอนหรือหลายคู่ หรือการต่อสู้แบบ "สามบาน" คือ คนหนึ่งต่อสู้กับอีก ๒ คน เพลงที่ใช้นั้น เพื่อความเหมาะสมกับการร่ายรำอาวุธแต่ละอย่าง ก็มักจัดเพลงขึ้นตามความเหมาะสม เช่น กระบี่ ใช้เพลงกระบี่ลีลา ดาบสองมือ ใช้เพลงจำปาเทศหรือขอมทรงเครื่อง ง้าวใช้เพลงขึ้นม้า พลองใช้เพลงลงสรงหรือขึ้นพลับพลา การต่อสู้สามบาน ใช้เพลงกราวนอกหรือเพลงฝรั่งรำเท้า







พรหมนั่ง

1. เริ่มต้นจากท่านั่งเตรียม
2. หันหน้าไปทางซ้าย ก้มตัวลงพร้อมกับยกมือไหว้กระบี่
3. มือซ้ายจีบไว้ที่หน้าอก มือขวาเอื้อมไปจับกระบี่
4. ยกกระบี่ให้ขนานกับพื้นข้ามศีรษะ มาพักอยู่ด้านขวากระบี่ขนานกับพื้นชี้ตรงไปทางด้านหลัง
5. ตั้งเข่าขวา โดยให้ปลายเท้ากระดกขึ้น นั่งบนส้นเท้าซ้าย
6. เปลี่ยนเข่า ตั้งเข่าซ้าย โดยให้ปลายเท้ากระดกขึ้น นั่งบนส้นเท้าซ้าย
7. โล้ ไปด้านหน้าเข่าทั้งสองข้างติดพื้น เท้าหลังกระดก
8. รำหน้าเสมอคิ้ว นำมือกลับมาจีบ
9. วางเท้าขวาลง หมุนตัวกลับหลังหันทางด้านขวา โดยตำแหน่งของเท้าไม่ต้องเคลื่อนที่ ให้ยกเฉพาะเข่าทั้งสองข้างเท่านั้น
10. กระบี่วาดขนานพื้นมาเหน็บที่ด้านซ้ายขนานพื้น ปลายกระบี่ชี้ตรงไปด้านหลัง (การวาดกระบี่ต้องกระทำพร้อมกันการหมุนตัว)
11. ตั้งเข่าขวา โดยให้ปลายเท้ากระดกขึ้น นั่งบนส้นเท้าซ้าย
12. รำข้าง เสมอใบหู ลดมือลงมาจีบ
13. เปลี่ยนเข่าเปลี่ยนกระบี่มาทางด้านขวา กระบี่ชี้ตรงด้านหลังขนานกับพื้น ตั้งเข่าซ้าย โดยให้ปลายเท้า กระดกขึ้น นั่งบนส้นเท้าซ้าย
14. โล้ ไปด้านหน้าเข่าทั้งสองข้างติดพื้น เท้าหลังกระดก
15. รำหน้าเสมอคิ้ว นำมือกลับมาจีบ
16. วางเท้าขวาลง หมุนตัวไปด้านขวา โดยยกเฉพาะเท้าขวาไปตั้งทางด้านขวา ตำแหน่งของเท้า และเข่าทาด้านซ้ายขยับตามเล็กน้อยพอเหมาะเพื่อการทรงตัว
17. กระบี่วาดขนานพื้นมาเหน็บที่ด้านซ้ายขนานพื้น ปลายกระบี่ชี้ตรงไปด้านหลัง(การวาดกระบี่จะต้องกระทำพร้อมกันการหมุนตัว)
18. ตั้งเข่าขวา โดยให้ปลายเท้ากระดกขึ้น นั่งบนส้นเท้าซ้าย
19. รำข้าง เสมอใบหู ลดมือลงมาจีบ
20. เปลี่ยนเข่าเปลี่ยนกระบี่มาทางด้านขวา กระบี่ชี้ตรงด้านหลังขนานกับพื้น ตั้งเข่าซ้าย โดยให้ปลายเท้ากระดกขึ้น นั่งบนส้นเท้าซ้าย
21. โล้ ไปด้านหน้าเข่าทั้งสองข้างติดพื้น เท้าหลังกระดก
22. รำหน้าเสมอคิ้ว นำมือกลับมาจีบ
23. วางเท้าขวาลง หมุนตัวกลับหลังหันทางด้านขวา โดยตำแหน่งของเท้าไม่ต้องเคลื่อนที่ ให้ยกเฉพาะเข่าทั้งสองข้างเท่านั้น
24. กระบี่วาดขนานพื้นมาเหน็บที่ด้านซ้ายขนานพื้น ปลายกระบี่ชี้ตรงไปด้านหลัง (การวาดกระบี่จะต้องกระทำพร้อมกันการหมุนตัว)
25. ลุกขึ้นยืนตำแหน่งของเท้าอยู่ที่เดิม ย่อตัวเล็กน้อยในลักษณะท่าคุมรำ ตำแหน่งของมือทั้งสองอยู่ที่เดิม
26. เลื่อนกลางเท้าซ้ายมาชิดส้นเท้าขวา เปิดปลายเท้าขวาตบ ยกเท้าขวาให้เข่าต่อศอกขวา
27. รำข้างเสมอใบหู ลดมือลงมาจีบ
28. วาดกระบี่มาทางขวา ควงกระบี่ไปข้างหน้าสองรอบ จบด้วยท่าคุมรำ




พรหมยืน
การขึ้นพรหมยืน
พรหมยืนจะต้องทำต่อจากการถวายบังคมเมื่อถวายบังคมเสร็จแล้วขณะที่นั่งประนมมือ ผู้แสดงทั้งสองจะต้องกระทำพร้อม ๆ กัน ช้า ๆ โดยเฉพาะผู้ขึ้นพรหมยืนจะต้องสังเกตคู่ต่อสู้เสมอ โดยปฏิบัติขั้นตอนให้ครบทั้ง 5 ทิศ และจบลงในทิศสุดท้าย จะต้องต้องพร้อม ๆ กัน
เริ่มจากการนั่งหันหน้าตรงกับขวามือของคู่ต่อสู้ หลังจากไหว้กระบี่จับกระบี่ด้วยมือขวา ยกขึ้นทัดหู โดยพลิกข้อมือหันโกร่งกระบี่ขึ้นบนปลายกระบี่ชี้ไปข้างหน้ายกขึ้นสูงกว่าระดับขนานพื้นเล็กน้อย ตั้งเข่าซ้ายไปข้างหน้า เฉียงซ้ายมือซ้ายจีบที่กลางหน้าอก พร้อมกับจ้วงกระบี่ คือการใช้ปลายกระบี่ชี้ลงพื้นข้างลำตัว พลิกข้อมือขึ้น พร้อมกับลุกขึ้นยืนด้วยเท้าซ้ายทำขวาหัน ยกเท้าขวาขึ้น
ทิศที่ 1
จังหวะที่ 1 ขณะที่ลุกขึ้นยืนนั้น จะหันซ้ายมือให้คู่ต่อสู้ ตั้งศอกขวาไว้บนเข่าขวาหันโกร่งกระบี่เข้าหาตัว มือซ้ายรำข้าง สายตามองที่ปลายกระบี่
จังหวะที่ 2 ค่อย ๆ วางเท้าขวาชิดเท้าซ้ายและยกเท้าซ้ายขึ้นลำตัวตั้งตรง พร้อมกับจ้วงกระบี่ลงข้างหน้าผ่านข้างลำตัววางเท้าซ้ายลงหน้า น้ำหนักตัวอยู่ที่เท้าซ้าย พลิกกระบี่ขึ้นทัดหูโกร่งกระบี่ขึ้นข้างบน
จังหวะที่ 3 ก้าวเท้าขวาชิดเท้าซ้ายและยกเท้าซ้ายขึ้นลำตัวตั้งตรง พร้อมกับจ้วงกระบี่ลงข้างลำตัววางเท้าซ้ายลงหน้าเท้าขวาแลก้าวเท้าขวาเดินไป 1 ก้าวโล้ตัวไปข้างหน้าน้ำหนักตัวอยู่บนเท้าขวา พลิกกระบี่ที่จ้วง หงายโกร่งกระบี่ขึ้น ก้าวเท้าซ้ายชิดเท้าขวา ยกเท้าขวาให้เข่ารองรับข้อศอกขวา พร้อมกับรำข้าง วางเท้าขวาลงพลิกตัวกลับหลังเปลี่ยนเป็นทิศที่ 2 โดยหันตัวทางซ้ายมือ
ทิศที่ 2
จังหวะที่ 1 ยกกระบี่ทัดหู โล้ลำตัวไปข้างหน้า น้ำหนักตัวอยู่เท้าซ้าย มือซ้ายจีบเข้ากลางหน้าอก
จังหวะที่ 2 ก้าวเท้าขวาชิดซ้าย ยกเท้าซ้าย ลำตัวตรง จ้วงกระบี่ลงข้างหน้าผ่านลำตัวทางซ้าย พร้อมกับวางเท้าซ้ายลงพื้น พลิกกระบี่หงายโกร่งขึ้น
จังหวะที่ 3 ก้าวเท้าขวางเดิน 1 ก้าว ชักเท้าซ้ายชิดเท้าขวา ยกเท้าขวาขึ้น เข่าแตะข้อศอกขวา ลำตัวตั้งตรง พลิกโกร่งกระบี่เข้าหาตัว ปลายกระบี่ชี้ 45 องศา พร้อมกับรำข้าง (เตรียมเปลี่ยนไปทิศที่ 3)
ทิศที่ 3
จังหวัดที่ 1 ก้าวเท้าซ้ายไปข้าหน้า มือซ้ายที่รำข้างอยู่ให้จีบเข้ากลางหน้าอก โล้ตัวไปหน้าน้ำหนักตัวอยู่เท้าซ้าย ก้าวเท้าขวาชิดเท้าซ้าย ยกเท้าซ้าย
จังหวะที่ 2 จ้วงกระบี่ลงข้างหน้าผ่านลำตัวด้านซ้ายพร้อมกับวางเท้าซ้ายลงพื้น ก้าวเท้าขวาไปข้างหน้า 1 ก้าว พลิกกระบี่หงายโกร่งกระบี่เข้าหาลำตัว
จังหวะที่ 3 ก้าวเท้าซ้ายชิดเท้าขวา และยกเท้าขวาขึ้นตั้งรับข้อศอกปลายกระบี่ตั้ง 45 องศา พร้อมกับรำข้างด้วยมือซ้าย (เตรียมเปลี่ยนไปทิศที่ 4) โดยวางเท้าขวาลงข้าหน้า ยกกระบี่ขึ้น ทัดหู มือซ้ายจีบเข้ากลางหน้าอก
ทิศที่ 4
จังหวะที่ 1 ท่าพลิกลำตัวกลับหันหลัง พร้อมกับโล้ลำตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ลำตัวตรง น้ำหนักตัวอยู่เท้าหน้า คือเท้าซ้าย จัดกระบี่ให้อยู่ระดับ 45 องศา ก้าวเท้าขวาชิดเท้าซ้าย
จังหวะที่ 2 ยกเท้าว้าย เมื่อลำตัวนิ่งให้จ้วงกระบี่ลงข้างหน้าผ่านลำตัวทางซ้ายมือ ก้าวหน้าซ้ายลงสู่พื้นและก้าวหน้าขวาไป 1 ก้าว พร้อมกับพลิกกระบี่หงายโกร่งกระบี่ขึ้นหาลำตัว ปลายกระบี่อยู่ระดับ 45 องศา
จังหวะที่ 3 ก้าวเท้าซ้ายชิดเท้าขวา ยกเท้าขวาขึ้นตั้งรับข้อศอกขวา ลำตัวตรง พร้อมกับมือซ้ายรำข้าง (จบทั้ง 4 ทิศ)
จังหวะที่ 4 ควงกระบี่ 2 รอบ เมื่อครบรอบที่ 2 ให้วางเท้าขวาลงพื้น ข้อศอกขวาตั้งฉากกระบี่ขนานพื้น โล้ตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย เข่าขวางอ มือซ้ายจีบอยู่กลางหน้าอกแขนแนบลำตัว เรียกว่า “ท่าคุม”

















แม่ไม้การร่ายรำทั้ง 12 ไม้ลำ มีดังนี้

1. ไม้รำที่ 1 ลอยชาย
ทิศในการเดิน เดินเฉียงแบบสลับฟันปลาเริ่มจากท่าคุมรำ
จังหวะที่ 1 ก้าวเท้าซ้ายเฉียงไปขวา วางเท้าซ้ายลงหน้าเท้าขวาลักษณะทำกึ่งขวาหันโล้น้ำหนักตัวไปข้างหน้า เข่าซ้ายงอเล็กน้อย
จังหวะที่ 2 ก้าวเท้าขวาชิดเท้าซ้าย ลำตัวตรง รักษาระดับกระบี่ให้ขนานพื้น
จังหวะที่ 3 ยกเข่าซ้ายขึ้นตั้งฉาก ปลายเท้างอขึ้น แล้วใช้มือซ้ายรำหน้าให้ตัวนิ่ง
จังหวะที่ 4 หมุนตัวไปทางซ้าย 1 มุมฉากวางเท้าซ้ายลงพร้อมกับวางกระบี่ ให้กระบี่ขนานกับพื้นไปทางซ้ายของลำตัวระดับเอว ปลายกระชี่ชี้ไปข้างหน้า มือซ้ายจีบที่หน้าอก
จังหวะที่ 5 ก้าวเท้าขวาเลยเท้าซ้ายไปข้างหน้า
จังหวะที่ 6 ก้าวเท้าซ้ายชิดเท้าขวา
จังหวะที่ 7 ยกเข่าขวาขึ้นตั้งฉาก ปลายเท้างอขึ้นพร้อมก้มเหยียดแขนซ้ายอกรำข้าง (จบไม้รำที่ 1 ลอยชาย)


2. ไม้รำที่ 2 ควงทัด
ทิศทางในการเดินสลับปลาจากท่าคุมรำ
จังหวะที่ 1 จะเริ่มจากท่าคุมรำให้ก้าวเท้าซ้ายเฉียงไปทางเท้าขวา วางเท้าซ้ายลงหน้าเท้าขวา ลักษณะกึ่งขวาหัน พร้อมกับควงกระบี่ 2 รอบ ยกขึ้นทัดหู ปลายกระบี่ 45 องศา โล้น้ำหนักตัวไปข้างหน้า เข่าซ้ายงอเล็กน้อย
จังหวะที่ 2 ก้าวเท้าขวาชิดซ้ายช้า ๆ ลำตัวตรง (ทรงตัวให้นิ่ง)
จังหวะที่ 3 ยกเข่าซ้ายขึ้นตั้งฉากปลายเท้างอ ลำตัวตั้งตรง (ทรงตัวให้นิ่ง)
จังหวะที่ 4 หมุนตัวไปทางซ้ายเฉียงซ้ายลักษณะยกเท้าซ้าย พร้อมจ้องปลายกระบี่ลงข้างหน้าแล้วพลิกข้อมือหงายให้ปลายกระบี่ชี้เฉียงด้านหน้าประมาณ 45 องศา
จังหวะที่ 5 ก้าวเท้าชิดเท้าขวา ยกเข่าขวาขึ้นตั้งฉากต่อกับข้อศอกขวา ปลายเท้างอขึ้นพร้อมกับมือซ้ายรำข้าง (จบไม้รำที่ 2 ควงทัด)

3. ไม้รำที่ 3 เสือลากหาง
ทิศทางในการเดิน เดินตรงไปข้างหน้าเริ่มจากท่าคุม
จังหวะที่ 1 ก้าวเท้าซ้ายตรงไปข้างหน้า 1 ก้าว โล้ตัวไปข้างหน้าเข่าซ้าย งอเท้าขวาเหยียดตึง น้ำหนักตัวค่อนไปเท้าหน้า คือเท้าซ้าย
จังหวะที่ 2 ก้าวเท้าขวาชิดเท้าซ้าย ทำช้า ๆ ลำตัวตรง หน้าตรง รักษาระดับกระบี่ให้ขนานพื้น
จังหวะที่ 3 ถ่ายน้ำหนักตัวลงที่เท้าขวา พร้อมกับยกเข่าซ้ายขึ้นตั้งฉาก ลำตัวตรง แล้วใช้มือซ้ายรำหน้า
จังหวะที่ 4 ถ่ายน้ำหนักตัวไปข้างหน้าพร้อมกับวางเท้าซ้ายลงพื้น แล้วพลิกตัวทำกลับหลังหันเท้าทั้งสองเป็นจุดหมุน พร้อมกับโล้ตัวไปเท้าขวา พลิกปลายกระบี่ชี้ลงพื้น โกร่งกระบี่หันออก มือซ้ายจีบเข้ากลางหน้าอก
จังหวะที่ 5 ถ่ายน้ำหนักตัวไปเท้าซ้าย ยกเข่าขวาขึ้นตั้งฉาก หมุนตัวทางขวามือทำกลับหลังหัน โดยใช้เท้าซ้ายเป็นจุดหมุน ลดกระบี่ไว้ข้างเอว ทางซ้ายมือ
จังหวะที่ 6 วางเท้าขวาลงข้างหน้า แบมือว้าย แตะกระบี่ที่อยู่ข้างเอว โล้ตัวไปเท้าขวา ลำตัวตรง เท้าซ้ายเหยียดตรง
จังหวะที่ 7 ก้าวเท้าซ้ายชิดเท้าขวา ลักษณะย่อตัวเล็กน้อยเพื่อความสวยงาม ลำตัวตั้งตรงสายตามองตรงไปข้างหน้า กระบี่ขนานพื้น มือซ้ายยังคงแตะอยู่ที่กระบี่เอวซ้าย
จังหวะที่ 8 ยกเข่าขวาขึ้นให้ตั้งฉาก พร้อม ๆ กับมือซ้ายรำข้าง (จบไม้รำที่ 3 เสือลากหาง)


4. ไม้รำที่ 4 ตั้งศอก
ทิศทางในการเดิน เดินเฉียงสลับฟันปลา เริ่มจากท่าคุม
จังหวะที่ 1 ก้าวเท้าซ้ายเฉียงทางขวา พร้อมกับควงกระบี่ลงข้างหน้า 2 รอบ และยกกระบี่ขึ้นทัดหูโล้ลำตัวไปข้างหน้า น้ำหนักลงที่เท้าซ้าย เข่าซ้ายงอเล็กน้อย เท้าขวาเหยียดตึง ปลายกระบี่ชี้ 45 องศา
จังหวะที่ 2 ก้าวเท้าขวาชิดเท้าซ้ายช้า ๆ สายตามองที่ปลายกระบี่ ลำตัวตรง
จังหวะที่ 3 ยกเข่าซ้ายขึ้นตั้งฉาก ปลายเท้างอขึ้น พร้อมกับมือซ้ายตั้งศอก แบมือเรียงชิดติดกัน ให้ศอกตั้งบนเข่าซ้าย ปลายนิ้วแตะที่ตัวกระบี่ลำตัวตั้งตรง
จังหวะที่ 4 ค่อย ๆ หมุนตัวไปทางซ้าย เพื่อทำเฉียงซ้าย ลดมือซ้ายลงจีบที่กลางหน้าอก พลิกข้อมือขวาหงายขึ้นให้โกร่งกระบี่หันเข้าหาตัว พร้อมกับวางเท้าซ้ายลงพื้น
จังหวะที่ 5 ก้าวเท้าขวาเฉียงไปทางซ้าย วางเท้าขวาลงหน้าเท้าซ้าย พร้อมกับโล้ตัวไปให้น้ำหนักลงที่เท้าขวา งอเข่าขวาเล็กน้อยลำตัวตั้งตรง
จังหวะที่ 6 ก้าวเท้าซ้ายชิดเท้าขวา ช้า ๆ เพื่อความสวยงาม ลำตัวตรง ปลายกระบี่ชี้ 45 องศา สายตามองที่ปลายกระบี่
จังหวะที่ 7 ยกเข่าขวาขึ้นตั้งรองรับข้อศอกขวา ตัวตรงนิ่ง พร้อมกับใช้มือซ้ายรำข้าง (จบไม้รำที่ 4 ตั้งศอก)

ไม้รำที่ 5 จ้วงหน้าจ้วงหลัง
ทิศทางการเดินตรงไปข้างหน้า เริ่มจากท่าคุมรำ
จังหวะที่ 1 ก้าวเท้าซ้ายเดินตรงไปข้างหน้า พร้อมกับควงกระบี่ไปข้างหน้า 2 รอบ ยกขึ้นทัดหู วางเท้าซ้ายลงพื้นหน้าเท้าขวา โล้ตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยกระบี่ชี้ 45 องศา ลำตัวตรง
จังหวะที่ 2 ก้าวเท้าขวาชิดเท้าซ้ายช้า ๆ สายตามองที่ปลายกระบี่ ลำตัวตรง
จังหวะที่ 3 ยกเข่าซ้ายขึ้นตั้งฉาก ปลายเท้างอขึ้น จะต้องยืนให้มั่นคงนิ่งไว้ประมาณ 5 วินาที
จังหวะที่ 4 วางเท้าซ้ายลงข้างหน้าตรง ๆ โล้ตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อให้น้ำหนักตัวอยู่ที่เท้าซ้าย (เพื่อที่จะยกเท้าขวาก้าวต่อ)
จังหวะที่ 5 ขณะที่วางเท้าซ้ายลงข้างหน้าตรง ๆ ให้จ้วงกระบี่ลงข้างหน้าปลายกระบี่เฉียงไปข้างซ้ายลำตัว พร้อมกับจ้วงเท้าขวาไปข้างหน้าอีก 1 ก้าว เรียกว่า “จ้วงหน้า”
จังหวะที่ 6 วางเท้าขวาหน้า พร้อมกับพลิกข้อมือให้โกร่งกระบี่หันเข้าหาตัว ปลายกระบี่ชี้ขึ้น 45 องศา โล้ตัวไปข้างหน้าน้ำหนักตัวอยู่ที่เท้าขวา
จังหวะที่ 7 ก้าวเท้าซ้ายชิดเท้าขวา ยกเข่าขวาขึ้นตั้งรองรับข้อศอกขวา ปลายกระบี่ชี้ 45 องศา ลำตัวตรง มือซ้ายค่อย ๆ รำข้าง ประมาณ 5 วินาที จึงจีบเข้าไว้กลางหน้าอกเช่นเดิม
จังหวะที่ 8 วางเท้าขวาลงพื้นข้างหน้า พร้อมกับหมุนตัวไปทางซ้ายมือกลับหลังหัน ยกกระบี่ขึ้นทัดหูโล้ตัวไปข้างหน้า น้ำหนักตัวที่เท้าซ้ายเข่าซ้ายงอเล็กน้อย
จังหวะที่ 9 ยกเข่าซ้ายขึ้น พร้อมกับจ้วงกระบี่ลงข้างหน้า ถอยเท้าซ้ายไปวางหลังเท้าขวาพลิกข้อมือขวาหันโกร่งกระบี่เข้าหาตัวปลายกระบี่ชี้ขึ้น 45 องศา โล้น้ำหนักตัวไปเท้าขวาเล็กน้อย เรียกว่า “จ้วงหลัง”
จังหวะที่ 10 โล้ตัวกลับน้ำหนักตัวลงเท้าซ้ายพร้อมกับยกเข่าขวาขึ้นรองรับข้อศอกขวา ปลายกระบี่ชี้ 45 องศา ลำตัวตรงพร้อมกับมือซ้ายรำข้าง (จบไม้รำที่ 5 จ้วงหน้าจ้วงหลัง)
ถ้าต้องการรำต่อให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับจังหวะที่ 1 ถึงจังหวะที่ 10 โดยหมุนตัวกลับหลังหันใช้เท้าซ้ายเป็นจุดหมุนพร้อมกับควงกระบี่ 2 รอบ วางเท้าขวาลงหน้าเท้าซ้าย ลักษณะคุมรำ

ไม้รำที่ 6 ปกหน้าปกหลัง
ทิศทางเดิน เดินตรงไปข้างหน้า เริ่มจากท่าคุมรำ
จังหวะที่ 1 ควงกระบี่ไปข้างหน้า 2 รอบ พร้อมกับก้าวเท้าซ้ายตรงไปข้างหน้า 1 ก้าว วางเท้าซ้ายลงพื้นพร้อมกับเหยียดแขนซ้ายรำหน้า ปกกระบี่ลงให้ปลายกระบี่ชี้ลงพื้น 45 องศา วางโคนกระบี่พาดบนนิ้วก้อย หันโกร่งกระบี่ออกไปข้างหน้า โล้ตัวให้น้ำหนักตัวไปเท้าซ้าย เรียกว่า “ปกหน้า”
จังหวะที่ 2 ก้าวเท้าขวาชิดเท้าซ้าย ก้มหน้า สายตามองที่ปลายกระบี่ (ทำช้า ๆ เพื่อความสวยงาม)
จังหวะที่ 3 ยกเข่าซ้ายขึ้นตั้งฉาก ลำตัวตรง
จังหวะที่ 4 วางเท้าซ้ายลงพื้นข้างหน้า เท้าขวาพร้อมกับพลิกตัวทำกลับหลังหัน ควงกระบี่ 2 รอบ มือว้ายจีบเข้ากลางอก เมื่อกลับหลังหันแล้วให้ปกกระบี่ลง เหยียดมือซ้ายออกรำหน้า รองรับกระบี่ ปลายกระบี่ชี้ลงพื้น 45 องศา ก้มหน้าเล็กน้อย ถ่ายน้ำหนักตัวไปเท้าขวา เรียกว่า “ปกหลัง”
จังหวะที่ 5 ยกเท้าขวาขึ้นตั้ง มือซ้ายจีบเข้ากลางอก หมุนตัวกลับหลังหัน โดยใช้เท้าซ้ายเป็นจุดหมุน เพื่อหันกลับมาเริ่มในจังหวะที่ 1 ต่อไป (จบไม้รำที่ 6 ปกหน้าปกหลัง)
ถ้าต้องการจะรำต่อให้เริ่มปฏิบัติตาม จังหวะที่ 1 ถึงจังหวะที 5

ไม้รำที่ 7 ท่ายักษ์
ทิศทางการเดิน เดินตรงไปข้างหน้า เริ่มจากท่าคุมรำ
จังหวะที่ 1 ก้าวเท้าซ้ายตรงไปข้างหน้าวางเท้าซ้ายโดยหันลำตัวทางขวา คล้ายทำขวาหัน ยืนในท่ายักษ์ คือการย่อเข่าทั้งสอง น้ำหนักตัวลงตรงกลาง ลำตัวตรง หน้าตรง ตัวกระบี่ขึ้นตรงวางไว้หน้าขาขวา ปลายกระบี่พาดช่วงไหล่ขวา
จังหวะที่ 2 เมื่อลำตัวนิ่งในท่ายักษ์แล้ว ให้สลัดหน้าไปทางซ้าย แล้วสลัดหน้าไปทางขวา
จังหวะที่ 3 สลัดหน้าตรงพร้อมกับยกกระบี่ขึ้นฟังให้ตรงข้างหน้าทางขวา 1 ครั้งทางซ้าย 1 ครั้ง โดยฟันเป็นลักษณะกากบาท
จังหวะที่ 4 เมื่อยก กระบี่ขึ้นฟันข้างหน้า ขวา – ซ้าย แล้วให้กลับอยู่ในท่ายักษ์
จังหวะที่ 5 ยกเข่าขวาตั้งฉากใช้เท้าซ้ายเป็นจุดหมุนพลิกตัวกลับหลังหัน เมื่อกลับหลังหันแล้วให้วางเท้าขวาลงหน้าเท้าซ้ายตัวตรง หน้ามองตรงพร้อมกับยกเท้าซ้ายหมุนตัวกลับหลังหันอีกครั้งหนึ่ง โดยใช้เท้าขวาเป็นจุดหมุน จะกลับมาอยู่คล้ายจังหวะที่ 4 ลักษณะท่ายักษ์ เมื่อตัวนิ่งแล้ว ให้สลัดหน้าทางซ้าย 1 ครั้ง ทางขวา 1 ครั้ง และกลับมาสู่ท่ายักษ์ (จบไม้รำที่ 7 ท่ายักษ์)

ไม้รำที่ 8 สอยดาว
ทิศทางการเดิน เดินตรงไปข้างหน้า เริ่มจากท่าคุมรำ
จังหวะที่ 1 ก้าวเท้าซ้ายตรงไปข้างหน้า เปลี่ยนวิธีจับกระบี่ใหม่ โดยใช้นิ้วชี้สอดขึ้นบนกระบี่ จับกระบี่ด้วยนิ้วกลาง นิ้วนาง และนิ้วก้อย พร้อมกับปล่อยปลายกระบี่หมุนลงล่าง โดยใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางคีบกระบี่ ขณะที่ปล่อยปลายกระบี่หมุนลงล่าง จับกระบี่โดยหงายมือขึ้น โกร่งกระบี่หันออก วางเท้าซ้ายลงพื้นทำขวาหัน ลดมือซ้ายใช้ฝ่ามือแตะที่ตัวกระบี่ ปลายกระบี่ชี้ลงพื้นเล็กน้อย
จังหวะที่ 2 ก้าวเท้าขวาชิดเท้าซ้าย ฝ่ามือซ้ายแตะที่กระบี่
จังหวะที่ 3 ยกเข่าซ้ายตั้งฉาก ยกกระบี่ขึ้นเล็กน้อย ฝ่ามือซ้ายแตะกระบี่
จังหวะที่ 4 ก้าวซ้ายตรงไปข้างหน้า พร้อมกับจ้วงกระบี่และสอดกระบี่ขึ้นข้างบน เรียกว่า
“สอยดาว” พร้อมกับก้าวเท้าขวาเดินอีก 1 ก้าว ทำกลับหลังหัน
จังหวะที่ 5 พลิกข้อมือกระบี่ตั้งขึ้นหันโกร่งกระบี่ออก งอเข่าทั้งสองข้างลำตัวตั้งตรง มือซ้ายจิ้มเข้ากลางหน้าอก
จังหวะที่ 6 ก้าวเท้าซ้ายชิดเท้าหลัง
จังหวะที่ 7 ยกเข่าขวาตั้งฉาก เมื่อตัวนิ่งแล้วมือซ้ายเหยียดออกรำหน้า
จังหวะที่ 8 วางเท้าขวาลงพื้น พลิกข้อมือที่จับกระบี่หงายมือขึ้นแบฝ่ามือซ้ายหันฝ่ามือลง แตะปลายกระบี่ ถ่ายน้ำหนักตัวไปเข่าขวา ยกเข่าซ้ายตั้งฉากเพื่อเดินตรงไปข้างหน้า
จังหวะที่ 9 พลิกข้อมือหันโกร่งกระบี่ออกนอกลำตัว ปลายกระบี่ชี้ขึ้นข้างบนประมาณ 45 องศา มือซ้ายจีบเข้ากลางหน้าอก ย่อเข่าทั้งสองเล็กน้อย
จังหวะที่ 10 ยกเข่าขวาตั้งฉากให้ตัวนิ่งแล้วมือซ้ายรำหน้า (จบไม้รำที่ 8 สอยดาว)
ถ้าต้องการรำต่อ หรือเข้าสู่ท่าคุมรำ ให้วางเท้าขวาลงบนพื้น ยกกระบี่ ขึ้นควง 2 รอบ อยู่ในท่าคุมรำ





ไม้รำที่ 9 ควงแตะ
ทิศทางการเดินตรงไปข้างหน้า เริ่มจากท่าคุมรำ
จังหวะที่ 1 ก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า วางเท้าซ้ายลงพร้อมกับทำขวาหัน ควงกระบี่ 2 รอบ เหยียดมือซ้ายรองรับปลายกระบี่ ที่ขนานกับพื้น หันโกร่งกระบี่ออกเรียกว่าควงแตะ งอเข่าทั้ง 2 เล็กน้อย ลำตัวตรง
จังหวะที่ 2 ยกเข่าขวาขึ้นตั้งฉาก ใช้เท้าเป็นจุดหมุนกลับหลังหัน พร้อมกับควงกระบี่ 2 รอบ วางเท้าขวา ลงพื้นในทิศทางตรงไปข้างหน้า เช่นเดียวกับจังหวะที่ 1 แต่หันหน้าตรงข้ามกัน
จังหวะที่ 3 ย่อเข่าทั้งสองเล็กน้อยลำตัวตั้งตรงกระบี่ขนานพื้น หน้ามองตรง
จังหวะที่ 4 ก้าวเท้าซ้ายชิดเท้าขวา ทำช้า ๆ ให้ลำตัวนิ่ง
จังหวะที่ 5 ยกเข่าขวาตั้งฉาก (จบไม้รำที่ 9 ควงแตะ)
ถ้าต้องการรำต่อก็เริ่มต้นตั้งแต่จังหวะที่ 1 โดยการวางเท้าขวาลงพื้นและก้าวเท้าซ้ายหมุนตัวกลับหันหลัง พร้อมกับควงกระบี่ 2 รอบ “ควงแตะ”

ไม้รำที่ 10 หนุมานแหวกฟองน้ำ
ทิศทางเดิน เดินตรงไปข้างหน้า, กลับหลังหัน, ขวาหัน เริ่มจากท่าคุมรำ
จังหวะที่ 1 ก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า 1 ก้าว พร้อมกับควงกระบี่ 2 รอบ ยกขึ้นปก (แขนขวาแนบที่หูขวาคว่ำปลายกระบี่ชี้ลงพื้น 45 องศา โกร่งกระบี่หันออก โล้ตัวไปหน้าให้น้ำหนักตัวลงที่เท้าซ้าย ก้มหน้าเล็กน้อย มือซ้ายเหยียดออกคล้ายรำหน้า นิ้วชิดติดกัน หันฝ่ามือออกให้โคนกระบี่วางที่กลางนิ้วก้อย)
จังหวะที่ 2 ก้าวเท้าขวาชิดเท้าซ้าย พยายามย่อเข่าทั้ง 2 ลงเล็กน้อย เพื่อความสวยงาม
จังหวะที่ 3 ยกเข่าซ้ายขึ้นตั้งฉาก ให้ตัวนิ่งไว้ระยะหนึ่ง
จังหวะที่ 4 วางเท้าซ้ายลงพื้นข้างหน้าค่อย ๆ ยกปลายกระบี่ชี้ขึ้น มือทั้งสองทำท่าแหวก หรือท่าว่ายน้ำ ท่ากบ ซึ่งเรียกว่า แหวกฟองน้ำ ให้แขนทั้งสองเสมอไหล่ และขนานกับพื้น หันโกร่งกระบี่ออก ย่อเข่าซ้าย น้ำหนักตัวโล้ไปเท้าซ้าย
จังหวะที่ 5 วางเท้าซ้ายลงพื้นข้างหน้าพลิกตัวกลับหลังหันโดยหมุนตัวทางขวา รวมทั้งแขนทั้งสองมาป้องข้างหน้า โดยแบมือซ้ายหันฝ่ามือลงพื้นให้กระบี่ตั้งขึ้นอยู่ในง่ามนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้งอข้อศอกทั้งสองยกขึ้นขนานกับพื้นอยู่เหนือสายตา
จังหวะที่ 6 ยกเข่าขวาขึ้นตั้งฉาก
จังหวะที่ 7 ใช้เท้าซ้ายเป็นหลัก หมุนตัวไปทางขวา (ทำขวาหัน) พร้อมกับวางเท้าขวาลงข้างหน้า ก้าวเท้าซ้ายชิดเท้าขวา ยกเท้าขวาขึ้นตั้งฉาก (จบไม้รำที่ 10 หนุมานแหวกฟองน้ำ)



ไม้รำที่ 11 ลดล่อ
ทิศทางเดิน เดินตรงไปข้างหน้าโดยการพลิกตัวขวา – ซ้าย เริ่มจากท่าคุมรำ
จังหวะที่ 1 จากท่าคุมรำลดกระบี่ลง แขนงอเล็กน้อย กระบี่ขนานพื้น มือซ้ายกำหลวม ๆ ยกแขนขึ้นระดับหน้าผาก หันหน้ามองลอดแขนไปทางปลายกระบี่ ย่อตัวให้น้ำหนักตัวลงที่เท้าขวา ลักษณะนี้เรียกวา “ลด”
จังหวะที่ 2 ก้าวเท้าซ้ายตรงไปข้างหน้า 1 ก้าว ยกเท้าขวาหมุนตัวกลับหลังหัน โดยหมุนตัวทางขวามือ วางเท้าขวาหน้าเท้าซ้าย มือซ้ายกำหลวม ๆ ลดลงระหว่าหน้าขาซ้ายงอข้อศอกเล็กน้อยยกกระบี่ขึ้นแขนงระดับหน้าผาก ก้มหน้า หันหน้ามองปลายกระบี่เสมอ โล้ตัวไปข้างหน้า น้ำหนักตัวอยู่ที่เท้าขวา ลักษณะนี้เรียกว่า “ล่อ” (จบไม้รำที่ 11 ลดล่อ)
ถ้าต้องการรำต่อ ให้ก้าวเท้าซ้ายสอดไปหลังเท้าขวา และวางเท้าขวาข้างหน้าเท้าซ้าย พร้อมกับพลิกตัวกลับหลังทางซ้ายมือ กลับอยู่ท่าคุมรำ หรือทำจังหวะที่ 1 ต่อไป

ไม้รำที่ 12 เชิญเทียน
ทิศทางเดิน เดินสลับฟันปลาเฉียงขวา เฉียงซ้าย เริ่มจากท่าคุมรำ
จังหวะที่ 1 ก้าวเท้าซ้ายไปทางขวากึ่งขวาหัน ตั้งกระบี่ขึ้นเอามือซ้ายไปรองด้ามกระบี่ โดยแบมือขึ้น โล้น้ำหนักตัวไปข้างหน้า
จังหวะที่ 2 ก้าวเท้าขวาชิดเท้าซ้ายทำช้า ๆ
จังหวะที่ 3 ยกเท้าซ้ายขึ้นให้เข่าตั้งฉาก ลำตัวตรง
จังหวะที่ 4 ให้เท้าซ้ายเป็นจุดหมุน หมุนตัวไปเฉียงซ้าย พร้อมกับวางเท้าซ้ายลงกึ่งซ้ายหันโล้น้ำหนักตัวไปเท้าหน้า คือเท้าซ้าย ลำตัวตรงนิ่งไว้ระยะหนึ่ง จึงก้าวเท้าขวาเดิน 1 ก้าว วางเท้าขวาลงหน้าเท้าซ้าย ก้าวเท้าซ้ายชิดเท้าขวา
จังหวะที่ 5 ยกเข่าขวาขึ้นตั้งฉาก มือว้ายรำโดยการพลิกให้ฝ่ามือหันออก หลังมืออยู่หน้าโกร่งกระบี่ (จบไม้รำที่ 12 เชิญเทียน)
ถ้าต้องการรำต่อ ก็ให้หมุนตัวเฉียงมาทางขวามือ และปฏิบัติเช่นเดียวกับจังหวะที่ หรือควงกระบี่ 2 รอบ อยู่ในท่าคุมรำ

The_massages1@hotmail.com (เจน)     2/16/2007 2:35:46 AM  (577)
กระบี่กระบองมีประโยชน์อย่างไรบ้างต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ตะขบค่ะ     2/9/2007 10:59:17 PM  (508)
จารย์ให้ทำรายงานเหมือนกันอะ แต่จารย์ ให้หามารยาทในการเล่นและชมด้วยอะครัยรู้บอกเรามั่งนะ นะ
min_love_catoon@hotmail.com     1/29/2007 6:53:29 AM  (487)
อยากได้มั่งครับจะทำรายงานอ่ะคับๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ www.ran_online999@hotmail.com     1/23/2007 10:40:37 PM  (481)
อยากได้ประวัติกระบี่กระบองมากๆๆๆๆๆๆๆหาได้นิดเดียวเองเเละก็อยากได้รูปด้วยงับจาทำรายงาน อิอิ^-^     12/20/2006 7:34:59 AM  (462)
อยากทราบเกี่ยวกับท่าลอยชาย และก็ท่าอื่น ๆของการฟ้อนรำกระบี่กรพฃะบองคะ เพราะว่าจะเอาไปทำรายงาน ( ช่วยตอบด้วยคะ) แตงโม     12/18/2006 5:49:08 AM  (460)
อยากหาว่าว//////////////////////////////////////// บบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ     12/15/2006 7:41:30 AM  (458)
เนื่อหาม่ายค่อยดี คะ
nat_hi_hi_555_@msnl.com     11/26/2006 2:38:19 AM  (420)
เครื่องกระบี่กระบองมีอยู่ 2 ชนิดคือเครื่องไม้รำกับเครื่องไม้ตี สาวกนางวันทอง     11/2/2006 11:43:31 PM  (401)
ไม้ลำ12ท่าของกระบี่กระบอง morn_ticktock@hotmail     8/31/2006 9:36:08 PM  (441)
อยากรุว่าไม้ตีมีท่ารำงัยมั่งอะคัยก้อได้ช่วยหาหน่อยหาแร้วตอบไว้ในกาทู้หรือส่งเมลล์ที่peachonce@hotmail.com peachonce@hotmail.com     8/25/2006 5:51:41 AM  (440)
เราก็เป็นนักกระบี่กระบอง
mookjang001@hotmail.com     8/8/2006 11:25:11 AM  (431)
เราอาจหาประวิติ (ช่วยหน่อยครับ)
เอกชัย พันธุ์มณี     8/8/2006 4:56:46 AM  (429)
ประวัติ
ชาติไทยเป็นชนชาติที่มีการต่อสู้ ศึกสงครามเพื่อป้องกันประเทศ รักษาความเป็นเอกราชของแผ่นดินที่ยาวนานชนชาติหนึ่ง คนไทยในยุคแรก ๆ ที่เริ่มก่อตั้งแผ่นดินสุวรรณภูมิแหลมทองมาจนถึง ยุครัตนโกสินทร์ บรรพบุรุษในยุคดังกล่าวได้อาศัยสติปัญญา ความกล้าหาญ และใช้อาวุธนานาชนิดที่มีอยู่ในท้องถิ่นและกองทัพเข้าต่อสู้ป้องกันมาโดยตลอด เริ่มจากกรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี และ กรุงรัตนโกสินทร์ ชาติไทยเป็นชาติที่รักสงบมากกว่าที่จะคิดเบียดเบียนใคร ความที่เป็นชาติที่รักสงบจึงมักถูกรังแกอยู่เรื่อย ๆ ด้วยเหตุนี้เองทำให้ผู้คนในชาติสมัยก่อนต้องดิ้นรนช่วยตัวเองทั้งชายและหญิง บรรดาทหารกล้าตลอดจนชาวบ้านต่างฝึกฝน เสาะหาเรียนวิชาฟันดาบ และการต่อสู้ด้วยอาวุธนานาชนิด จึงเกิดมีการฝึกซ้อมอยู่เป็นประจำ จนถึงขั้นประลองฝีมือ




ในสมัยก่อน การประลองแบบแรกเป็นเรื่องจริงจังอาศัยหลักวิชาการต่อสู้เป็นหลัก จึงมีคนนิยมเป็นอย่างมาก ยิ่งถ้าประลองกับชาวต่างชาติ หรือชาวตะวันตกที่ใช้อาวุธของเขาเป็นหลักก็ยิ่งทำให้เป็นที่สนใจมากขึ้น (ในสมัยพระนารายณ์มหาราชก็ยังมีการประลองมวย และการต่อสู้ด้วยอาวุธหน้าพระที่นั่งเหมือนกัน)

ผู้เรียบเรียงคิดว่าการประลองทั้งสองแบบส่วนใหญ่คงจะมีปะปนกัน เพราะแบบที่สองให้ความสนุกสนานในการชมควบคู่กันไป และแบบที่สอง นี้คงจะพัฒนาการเล่นการแสดง ทำเลียนแบบ นัดแนะลูกไม้ แต่ไม่มีอันตรายใด ๆ นอกจากบาดเจ็บเมื่อพลาดพลั้งบางครั้ง และมีคนนิยมดูมากขึ้น เมื่อถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น รัชกาลที่ 1 - 2 มักจะเรียกว่า การประลองดาบ การประลองหอก การประลองยิงธนู เป็นต้น และเรียกบรรดาผู้คนที่มีวิชาความรู้เรื่องฟันดาบว่า นักดาบ นำหน้าสำนักหรือหมู่บ้านชุมชนนั้น ๆ เช่น นักดาบจากบ้านบางระจัน นักดาบจากกรุงศรีอยุธยา นักดาบจากพุกาม ทหารจากพม่า , ลาว , เขมร แต่จะไม่มีใคร เรียกว่า นักกระบี่กระบอง เพราะคำว่า กระบี่ – กระบอง เกิดหลังรัชสมัยของรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์คำว่า กระบี่ – กระบอง มีคำกล่าวถึงที่มาของคำนี้อยู่หลายประการ แต่ยังมีเหตุผลที่น่าคิดและน่าเชื่อถือได้อีก ประการหนึ่ง กล่าวคือ





เรื่องรามเกียรติ์ กระบี่ หมายถึง หัวหน้าฝ่ายลิง(หนุมาน) ถือตรีหรือ สามง่ามสั้น ๆ เป็นอาวุธ ลิงรูปร่างเล็กเคลื่อนไหวเร็ว แคล่วคล่องว่องไว ลูกน้องพลลิงทั้งหลายบางตัวก็ใช้พระขรรค์เป็นอาวุธ
กระบอง หมายถึง พวกยักษ์ที่พกกระบองเป็นอาวุธ ยักษ์มีรูปร่างใหญ่โต เคลื่อนไหวช้า เพราะฉะนั้นการจัดระเบียบเรียกแยกประเภท อาวุธที่ใช้แสดงต่อสู้ป้องกันตัวน่าจะมาจากการแยกฝ่ายยักษ์และลิง โดย ถือว่าลิงรูปร่างเล็กและผู้พากย์โขนมักเรียกขนานนามว่า ขุนกระบี่ ซึ่งหมายถึง หนุมานหัวหน้าลิง ซึ่งมีตรีหรือสามง่ามสั้นพกเป็นอาวุธประจำกาย และพลลิงตัวอื่น ๆ พกอาวุธสั้นเช่นพระขรรค์เป็นต้น ฉะนั้นคำว่า ”กระบี่” จึงถูกนำมาเป็นคำเรียกแยกให้รู้ว่าอาวุธสั้นทั้ง หลายจะรวมเรียกว่า กระบี่ ซึ่งมี ดาบ โล่ ดั้ง เขน ไม้ศอกสั้น มีดสั้น พระขรรค์ เคียว ขวาน ตรี สามง่ามสั้น และ สีโหล่ “กระบอง” มาจาก ยักษ์ ที่ถือกระบองเป็นอาวุธยักษ์รูปร่างใหญ่โต และ การเคลื่อนไหวไม่ไวเท่าลิง อาวุธนี้จึงถูกจัดเรียกว่า กระบอง ไม่ว่าสั้นหรือยาวเป็นหัวหน้า ให้ความหมายรวมเป็นของยาวทั้งมวล ถ้าพูดตามความ จริงแล้วการเคลื่อนไหวการต่อสู้จะทำได้ดีซึ่งส่วนมากจะเป็นวงนอก ส่วนของสั้นจะทำได้ทั้งวงนอกและวงใน
ฉะนั้นคำว่า “กระบอง“ จึงถูกแยกเรียกเป็นที่รวมของอาวุธยาวที่ใช้แสดงทั้งหมด เช่น พลอง กระบอง ง้าวทุกชนิด โตมร ทวน หอก เป็นต้น
การเรียกกระบี่กระบองยังมีหลักฐานให้เห็นชัดในเรื่องอาวุธที่นิยมใช้แสดงและเล่นกัน คือ คู่ของไม้ศอกสั้นกับพลอง นั่นคือความหมายที่ถูกจัดให้เห็นว่า อาวุธสั้นคือลิง ผู้แสดงจะแสดงถึงหลักวิชาความคล่องแคล่วว่องไว ส่วนพลองหรือกระบองคือตัวแทนของยักษ์เป็นประเภทอาวุธยาว





กระบี่กระบอง ในสมัยโบราณมี การละเล่นที่เรียกว่า “สรรพยุทธ และสรรพ คิลา” ซึ่งมีความหมายดังนี้ “สรรพยุทธ” อาจ หมายถึงการต่อสู้ด้วยอาวุธ หรือที่เรียกกัน ว่า “กระบี่กระบอง” “สรรพคิลา” อาจหมายถึง การกีฬาที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ เช่น “ฬ่อช้าง รันแทะวัวชน กระบือชน ชุมพาชน ช้างชน คนชน ปรบไก่ คลีชง โคน ปล้ำมวย ตีดั้ง ฟันแย้ง เชียงแวง เล่นกล คลีม้า เป็นต้น … การละเล่นที่เกี่ยวกับการต่อสู้ หรือกีฬาเหล่านี้ล้วนเป็นพฤติกรรมธรรมดาของผู้คนทุกเผ่าพันธ์ที่ต่างก็มีวิถีชีวิต และมีพัฒนาการอยู่ใน ท้องถิ่น และในสภาพแวดล้อมเป็นของตัวเองมาแต่ครั้งดั้งเดิมดึกดำบรรพ์เหมือนกัน ทุกชาติทุกภาษา จึงมักเรียกชื่อการละเล่นเหล่านี้อย่างรวมๆ ว่า “รำอาวุธ” แต่ในเอกสารเก่าเรียก “รำเต้น” โดยมีความหมายตรงกับภาษาอังกฤษว่า War Dance หรือ “วีรชัย” ที่สมัยหลังเรียก “กระบี่กระบอง” (สุจิตต์ วงษ์เทศ : 2532: 184-185 ; อ้างอิงมาจาก มร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช : 2526 ธนิต อยู่โพธิ์ 2526) กระบี่กระบองเป็นวิชาการต่อสู้ของไทยมาแต่โบราณ เพื่อต้องการฝึกฝนให้เป็นกำลัง ให้แก่ชาติบ้านเมือง แล้วนำมาดัดแปลงมาเล่นประลองฝีมือกันเพื่อความสนุกสนาน ในยามว่างจากการศึก ท่วงท่าของการเคลื่อนไหวของการเล่นกระบี่กระบอง ศิลปะของ เพลงได้นำมาใช้ใน การแสดงโขน เช่น การตรวจพล ยกทัพ ต่อสู้ เป็นต้น





ท่านอาจารย์นาค เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นผู้หนึ่งที่ได้เล่าเรียนวิชานี้มาตั้งแต่ยังเป็นเด็กและเป็นผู้ที่รักใคร่ในศิลปะวิชานี้อยู่เสมอในโอกาสที่ท่านได้เป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนพลศึกษากลาง ท่านก็ได้ทดลองสอนนักเรียนขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2478 ต่อมาจึงได้กำหนดวิชา กระบี่กระบองไว้ในหลักสูตรของประโยคครูผู้สอนพลศึกษา เมื่อปี พ.ศ. 2479นับแต่นั้นมา ได้มีผู้เล่าเรียนและสำเร็จมากขึ้นตามลำดับ บรรดาผู้ที่เล่าเรียนสำเร็จออกไปรับราชการเป็นครูสอนวิชาพลศึกษา ได้พยายามสอนวิชากระบี่กระบองไปเผยแพร่และเป็นที่สนใจของประชาชนชาวไทยเป็นอย่างมาก จนกระทั่งปัจจุบันนี้ได้บรรจุลงในหลักสูตรการเรียนการสอนในโรงเรียนทั่วไปจึงนับได้ว่าศิลปะชิ้นนี้นอกจากจะไม่สูญหายไปจากโลกแล้วคงจะเจริญก้าวหน้าหรือแสดงถึงความเป็นเจ้าของในวิชาการแขนงนี้ได้ในอนาคต
สำหรับเครื่องกระบี่กระบองนั้นมี กระบี่ ดาบ ง้าว พลอง ดั้ง เขน โล่ และไม้สั้น ซึ่งจำลองมาจากอาวุธจริง ๆ ก็มี กระบี่ ดาบ ง้าวและพลองเท่านั้น


อุปกรณ์ในการเล่นกระบี่

เครื่องอุปกรณ์ทั้งหมดนี้ นักกระบี่กระบองมักจะเรียกว่า “เครื่องไม้” แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

1. เครื่องไม้รำ ได้แก่ เครื่องกระบี่กระบองซึ่งจำลองมาจากอาวุธจริง แต่ไม่ค่อยจะเหมือนทีเดียว เพราะมุ่งไปในแง่ความสวยงามมากกว่าอย่างอื่น เมื่อเครื่องไม้นี้ประสงค์ จะเอาสวยงามเป็นใหญ่แล้วอาจจะแบบบางไม่แข็งแรง ผู้แสดงจึงต้องรำด้วยความระมัดระวังที่สุด ไม่ยอมให้กระทบกระแทกกับวัตถุอื่นใด ได้เลยเป็นอันขาดถ้าไม่สามารถสร้างเครื่องไม้รำสำหรับอาวุธบางชนิดขึ้นได้แล้วตามปกติ เขามักจะนำอาวุธอันแท้จริงมารำแทน ซึ่งก็นับว่างดงามและเหมาะสมดีไม่น้อย




2. เครื่องไม้ตี ได้แก่ เครื่องกระบี่กระบองซึ่งจำลองมาจากอาวุธจริง เป็นเพียงดูพอรู้ว่าเป็นอะไรเท่านั้น จุดมุ่งหมายของการสร้าง คือ ต้องการให้เบา เหนียว และแข็งแรง ไม่หักงอง่าย เพื่อจะได้ใช้ตีกันอย่างทนทาน ไม่สิ้นเปลืองและไม่เกิดอันตราย






ส่วนประกอบของกระบี่
ตัวกระบี่มักทำด้วยหวายเทศ เพราะมีน้ำหนักเบาและเหนียว หากหาไม่ได้มักจะใช้หวายโปร่งแทน ยาวประมาณ 1 เมตร โกร่งกระบี่มักทำด้วยหนังสัตว์มีไว้ป้องกันมือที่จับ


ประโยชน์ของการเล่นกระบี่กระบอง
1. สามารถใช้ในการป้องกันตัวได้เมื่อยามคับขัน
2. เสริมสร้างสมรรถภาพทางกายและคุณลักษณะทางด้านจิตใจ
2.1 มีความแข็งแรง มีความทนทาน มีความคล่องแคล่วว่องไว
2.2 ช่วยให้ระบบประสาทและกล้ามเนื้อทำงานสัมพันธ์กันเป็นอย่างดี
2.3 มีจิตใจกล้าหาญ อดทน หนักแน่น
2.4 มีอารมณ์สุขุมเยือกเย็น และเชื่อมั่นในตนเอง
2.5 มีการตัดสินใจที่ดี
3. เป็นการรักษาไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทย
4. เป็นการสร้างความรู้สึกภาคภูมิใจในศิลปะประจำชาติ













เครื่องดนตรีประกอบการเล่นกระบี่กระบอง
1. ปี่ชวา
2. กลองแขกตัวผู้ (เสียงสูง)
3. กลองแขกตัวเมีย (เสียงต่ำ)
4. ฉิ่งจับจังหวะ














pimploy -pimploy@sanook.com     8/5/2006 3:32:46 AM  (427)
ประวัติ
ชาติไทยเป็นชนชาติที่มีการต่อสู้ ศึกสงครามเพื่อป้องกันประเทศ รักษาความเป็นเอกราชของแผ่นดินที่ยาวนานชนชาติหนึ่ง คนไทยในยุคแรก ๆ ที่เริ่มก่อตั้งแผ่นดินสุวรรณภูมิแหลมทองมาจนถึง ยุครัตนโกสินทร์ บรรพบุรุษในยุคดังกล่าวได้อาศัยสติปัญญา ความกล้าหาญ และใช้อาวุธนานาชนิดที่มีอยู่ในท้องถิ่นและกองทัพเข้าต่อสู้ป้องกันมาโดยตลอด เริ่มจากกรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี และ กรุงรัตนโกสินทร์ ชาติไทยเป็นชาติที่รักสงบมากกว่าที่จะคิดเบียดเบียนใคร ความที่เป็นชาติที่รักสงบจึงมักถูกรังแกอยู่เรื่อย ๆ ด้วยเหตุนี้เองทำให้ผู้คนในชาติสมัยก่อนต้องดิ้นรนช่วยตัวเองทั้งชายและหญิง บรรดาทหารกล้าตลอดจนชาวบ้านต่างฝึกฝน เสาะหาเรียนวิชาฟันดาบ และการต่อสู้ด้วยอาวุธนานาชนิด จึงเกิดมีการฝึกซ้อมอยู่เป็นประจำ จนถึงขั้นประลองฝีมือ




ในสมัยก่อน การประลองแบบแรกเป็นเรื่องจริงจังอาศัยหลักวิชาการต่อสู้เป็นหลัก จึงมีคนนิยมเป็นอย่างมาก ยิ่งถ้าประลองกับชาวต่างชาติ หรือชาวตะวันตกที่ใช้อาวุธของเขาเป็นหลักก็ยิ่งทำให้เป็นที่สนใจมากขึ้น (ในสมัยพระนารายณ์มหาราชก็ยังมีการประลองมวย และการต่อสู้ด้วยอาวุธหน้าพระที่นั่งเหมือนกัน)

ผู้เรียบเรียงคิดว่าการประลองทั้งสองแบบส่วนใหญ่คงจะมีปะปนกัน เพราะแบบที่สองให้ความสนุกสนานในการชมควบคู่กันไป และแบบที่สอง นี้คงจะพัฒนาการเล่นการแสดง ทำเลียนแบบ นัดแนะลูกไม้ แต่ไม่มีอันตรายใด ๆ นอกจากบาดเจ็บเมื่อพลาดพลั้งบางครั้ง และมีคนนิยมดูมากขึ้น เมื่อถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น รัชกาลที่ 1 - 2 มักจะเรียกว่า การประลองดาบ การประลองหอก การประลองยิงธนู เป็นต้น และเรียกบรรดาผู้คนที่มีวิชาความรู้เรื่องฟันดาบว่า นักดาบ นำหน้าสำนักหรือหมู่บ้านชุมชนนั้น ๆ เช่น นักดาบจากบ้านบางระจัน นักดาบจากกรุงศรีอยุธยา นักดาบจากพุกาม ทหารจากพม่า , ลาว , เขมร แต่จะไม่มีใคร เรียกว่า นักกระบี่กระบอง เพราะคำว่า กระบี่ – กระบอง เกิดหลังรัชสมัยของรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์คำว่า กระบี่ – กระบอง มีคำกล่าวถึงที่มาของคำนี้อยู่หลายประการ แต่ยังมีเหตุผลที่น่าคิดและน่าเชื่อถือได้อีก ประการหนึ่ง กล่าวคือ





เรื่องรามเกียรติ์ กระบี่ หมายถึง หัวหน้าฝ่ายลิง(หนุมาน) ถือตรีหรือ สามง่ามสั้น ๆ เป็นอาวุธ ลิงรูปร่างเล็กเคลื่อนไหวเร็ว แคล่วคล่องว่องไว ลูกน้องพลลิงทั้งหลายบางตัวก็ใช้พระขรรค์เป็นอาวุธ
กระบอง หมายถึง พวกยักษ์ที่พกกระบองเป็นอาวุธ ยักษ์มีรูปร่างใหญ่โต เคลื่อนไหวช้า เพราะฉะนั้นการจัดระเบียบเรียกแยกประเภท อาวุธที่ใช้แสดงต่อสู้ป้องกันตัวน่าจะมาจากการแยกฝ่ายยักษ์และลิง โดย ถือว่าลิงรูปร่างเล็กและผู้พากย์โขนมักเรียกขนานนามว่า ขุนกระบี่ ซึ่งหมายถึง หนุมานหัวหน้าลิง ซึ่งมีตรีหรือสามง่ามสั้นพกเป็นอาวุธประจำกาย และพลลิงตัวอื่น ๆ พกอาวุธสั้นเช่นพระขรรค์เป็นต้น ฉะนั้นคำว่า ”กระบี่” จึงถูกนำมาเป็นคำเรียกแยกให้รู้ว่าอาวุธสั้นทั้ง หลายจะรวมเรียกว่า กระบี่ ซึ่งมี ดาบ โล่ ดั้ง เขน ไม้ศอกสั้น มีดสั้น พระขรรค์ เคียว ขวาน ตรี สามง่ามสั้น และ สีโหล่ “กระบอง” มาจาก ยักษ์ ที่ถือกระบองเป็นอาวุธยักษ์รูปร่างใหญ่โต และ การเคลื่อนไหวไม่ไวเท่าลิง อาวุธนี้จึงถูกจัดเรียกว่า กระบอง ไม่ว่าสั้นหรือยาวเป็นหัวหน้า ให้ความหมายรวมเป็นของยาวทั้งมวล ถ้าพูดตามความ จริงแล้วการเคลื่อนไหวการต่อสู้จะทำได้ดีซึ่งส่วนมากจะเป็นวงนอก ส่วนของสั้นจะทำได้ทั้งวงนอกและวงใน
ฉะนั้นคำว่า “กระบอง“ จึงถูกแยกเรียกเป็นที่รวมของอาวุธยาวที่ใช้แสดงทั้งหมด เช่น พลอง กระบอง ง้าวทุกชนิด โตมร ทวน หอก เป็นต้น
การเรียกกระบี่กระบองยังมีหลักฐานให้เห็นชัดในเรื่องอาวุธที่นิยมใช้แสดงและเล่นกัน คือ คู่ของไม้ศอกสั้นกับพลอง นั่นคือความหมายที่ถูกจัดให้เห็นว่า อาวุธสั้นคือลิง ผู้แสดงจะแสดงถึงหลักวิชาความคล่องแคล่วว่องไว ส่วนพลองหรือกระบองคือตัวแทนของยักษ์เป็นประเภทอาวุธยาว





กระบี่กระบอง ในสมัยโบราณมี การละเล่นที่เรียกว่า “สรรพยุทธ และสรรพ คิลา” ซึ่งมีความหมายดังนี้ “สรรพยุทธ” อาจ หมายถึงการต่อสู้ด้วยอาวุธ หรือที่เรียกกัน ว่า “กระบี่กระบอง” “สรรพคิลา” อาจหมายถึง การกีฬาที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ เช่น “ฬ่อช้าง รันแทะวัวชน กระบือชน ชุมพาชน ช้างชน คนชน ปรบไก่ คลีชง โคน ปล้ำมวย ตีดั้ง ฟันแย้ง เชียงแวง เล่นกล คลีม้า เป็นต้น … การละเล่นที่เกี่ยวกับการต่อสู้ หรือกีฬาเหล่านี้ล้วนเป็นพฤติกรรมธรรมดาของผู้คนทุกเผ่าพันธ์ที่ต่างก็มีวิถีชีวิต และมีพัฒนาการอยู่ใน ท้องถิ่น และในสภาพแวดล้อมเป็นของตัวเองมาแต่ครั้งดั้งเดิมดึกดำบรรพ์เหมือนกัน ทุกชาติทุกภาษา จึงมักเรียกชื่อการละเล่นเหล่านี้อย่างรวมๆ ว่า “รำอาวุธ” แต่ในเอกสารเก่าเรียก “รำเต้น” โดยมีความหมายตรงกับภาษาอังกฤษว่า War Dance หรือ “วีรชัย” ที่สมัยหลังเรียก “กระบี่กระบอง” (สุจิตต์ วงษ์เทศ : 2532: 184-185 ; อ้างอิงมาจาก มร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช : 2526 ธนิต อยู่โพธิ์ 2526) กระบี่กระบองเป็นวิชาการต่อสู้ของไทยมาแต่โบราณ เพื่อต้องการฝึกฝนให้เป็นกำลัง ให้แก่ชาติบ้านเมือง แล้วนำมาดัดแปลงมาเล่นประลองฝีมือกันเพื่อความสนุกสนาน ในยามว่างจากการศึก ท่วงท่าของการเคลื่อนไหวของการเล่นกระบี่กระบอง ศิลปะของ เพลงได้นำมาใช้ใน การแสดงโขน เช่น การตรวจพล ยกทัพ ต่อสู้ เป็นต้น





ท่านอาจารย์นาค เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นผู้หนึ่งที่ได้เล่าเรียนวิชานี้มาตั้งแต่ยังเป็นเด็กและเป็นผู้ที่รักใคร่ในศิลปะวิชานี้อยู่เสมอในโอกาสที่ท่านได้เป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนพลศึกษากลาง ท่านก็ได้ทดลองสอนนักเรียนขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2478 ต่อมาจึงได้กำหนดวิชา กระบี่กระบองไว้ในหลักสูตรของประโยคครูผู้สอนพลศึกษา เมื่อปี พ.ศ. 2479นับแต่นั้นมา ได้มีผู้เล่าเรียนและสำเร็จมากขึ้นตามลำดับ บรรดาผู้ที่เล่าเรียนสำเร็จออกไปรับราชการเป็นครูสอนวิชาพลศึกษา ได้พยายามสอนวิชากระบี่กระบองไปเผยแพร่และเป็นที่สนใจของประชาชนชาวไทยเป็นอย่างมาก จนกระทั่งปัจจุบันนี้ได้บรรจุลงในหลักสูตรการเรียนการสอนในโรงเรียนทั่วไปจึงนับได้ว่าศิลปะชิ้นนี้นอกจากจะไม่สูญหายไปจากโลกแล้วคงจะเจริญก้าวหน้าหรือแสดงถึงความเป็นเจ้าของในวิชาการแขนงนี้ได้ในอนาคต
สำหรับเครื่องกระบี่กระบองนั้นมี กระบี่ ดาบ ง้าว พลอง ดั้ง เขน โล่ และไม้สั้น ซึ่งจำลองมาจากอาวุธจริง ๆ ก็มี กระบี่ ดาบ ง้าวและพลองเท่านั้น


อุปกรณ์ในการเล่นกระบี่

เครื่องอุปกรณ์ทั้งหมดนี้ นักกระบี่กระบองมักจะเรียกว่า “เครื่องไม้” แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

1. เครื่องไม้รำ ได้แก่ เครื่องกระบี่กระบองซึ่งจำลองมาจากอาวุธจริง แต่ไม่ค่อยจะเหมือนทีเดียว เพราะมุ่งไปในแง่ความสวยงามมากกว่าอย่างอื่น เมื่อเครื่องไม้นี้ประสงค์ จะเอาสวยงามเป็นใหญ่แล้วอาจจะแบบบางไม่แข็งแรง ผู้แสดงจึงต้องรำด้วยความระมัดระวังที่สุด ไม่ยอมให้กระทบกระแทกกับวัตถุอื่นใด ได้เลยเป็นอันขาดถ้าไม่สามารถสร้างเครื่องไม้รำสำหรับอาวุธบางชนิดขึ้นได้แล้วตามปกติ เขามักจะนำอาวุธอันแท้จริงมารำแทน ซึ่งก็นับว่างดงามและเหมาะสมดีไม่น้อย




2. เครื่องไม้ตี ได้แก่ เครื่องกระบี่กระบองซึ่งจำลองมาจากอาวุธจริง เป็นเพียงดูพอรู้ว่าเป็นอะไรเท่านั้น จุดมุ่งหมายของการสร้าง คือ ต้องการให้เบา เหนียว และแข็งแรง ไม่หักงอง่าย เพื่อจะได้ใช้ตีกันอย่างทนทาน ไม่สิ้นเปลืองและไม่เกิดอันตราย






ส่วนประกอบของกระบี่
ตัวกระบี่มักทำด้วยหวายเทศ เพราะมีน้ำหนักเบาและเหนียว หากหาไม่ได้มักจะใช้หวายโปร่งแทน ยาวประมาณ 1 เมตร โกร่งกระบี่มักทำด้วยหนังสัตว์มีไว้ป้องกันมือที่จับ


ประโยชน์ของการเล่นกระบี่กระบอง
1. สามารถใช้ในการป้องกันตัวได้เมื่อยามคับขัน
2. เสริมสร้างสมรรถภาพทางกายและคุณลักษณะทางด้านจิตใจ
2.1 มีความแข็งแรง มีความทนทาน มีความคล่องแคล่วว่องไว
2.2 ช่วยให้ระบบประสาทและกล้ามเนื้อทำงานสัมพันธ์กันเป็นอย่างดี
2.3 มีจิตใจกล้าหาญ อดทน หนักแน่น
2.4 มีอารมณ์สุขุมเยือกเย็น และเชื่อมั่นในตนเอง
2.5 มีการตัดสินใจที่ดี
3. เป็นการรักษาไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทย
4. เป็นการสร้างความรู้สึกภาคภูมิใจในศิลปะประจำชาติ













เครื่องดนตรีประกอบการเล่นกระบี่กระบอง
1. ปี่ชวา
2. กลองแขกตัวผู้ (เสียงสูง)
3. กลองแขกตัวเมีย (เสียงต่ำ)
4. ฉิ่งจับจังหวะ














pimploy -pimploy@sanook.com     8/5/2006 3:30:30 AM  (399)
ไม่รู้เรื่อง ชนะพร     7/10/2006 2:49:18 AM  (392)
ประวัติกระบี่กระบองมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา น.ส.ดวงดาว บุสันเทียะ 07-1164396     6/24/2006 10:57:03 PM  (383)
ไม้รำที่1มีท่าอารายบ้าง ถ้ารู้ส่งมาให้ทางอีเมล์ หรือเขียนไว้ในกระทู้นี้ kheang_20125@hotmail.com     6/12/2006 8:53:07 AM  (382)
คือภาพประวัติผมก็ไม่รุว่าจะไปเอามาจากไหนแต่ท่าเปนอย่างอื่นผมช่วยได้แต่ไม่รุว่าจะครบหรือเปล่านะคับ เช่นประโยชน์ของการเล่นกระบี่กระบองก็จะช่วยในการทำงานของอวัยวะภายในคล่องตัวขึ้นได้และสามารถช่วยให้เราไม่เป็นโรคหัวใจได้ด้วย ส่วนมารยาทของผู้ที่เล่นกระบี่กระบองก็ควรเป็นคนดีมีน้ำใจและเป็นคนกตัญญูกับพ่อ-แม่และจะเป็นคนที่มีอัธยาศัยดีมีสัมมาคารวะต่อผู้ใหญ่ มารยาทของผู้ดูที่ดีนั้นจะต้องไม่หัวเราะเวลาที่ผู้เล่นเล่นผิด ส่วนการเล่นด้วยความปลอดภัยนั้นผู้ที่เล่นเขาจะเซฟให้กับคู่เล่นของเขาอยู่แล้ว(หรือว่าเขารู้กันนั่นเองอะนะ)ส่วนอุปกรณ์ นั้นเวลาเขาซ้อมจะใช้ดาบที่ทำมาจากหวายแต่พอเอามาแสดงจริงๆนั้นเขาจะใช้ดาบเหล็กกัน และการรักษาอุปกรณ์นั้นท่าเป็นดาบหวายก็ไม่ต้องทำอะไรมากเพราะไม่มีอะไรต้องขัดอยู่แล้วแต่ท่าเป็นดาบเหล็กนั้นจะต้องนำมาขัดโดยใช้กระดาษทรายขัดเพื่อไม่ให้มีสนิมเกาะพอขัดเสร็จแล้วจึงนำน้ำมันสนมาขัดดาบอีกทีเพื่อให้ดาบมีความเงา *-*ผมเอาแค่พอคร่าวๆไปก่อนและกันนะคับหวังว่าคงเปนประโยชน์กับผู้ที่จะนำไปทำรายงาน งิงิ*-*(ที่ผมรู้นี่เพราะผมทำมาหมดแล้วอ่านะแง่มๆ)มีไรก็ถามมาได้เลยผมจะช่วยเองงับ Mr.jame     6/12/2006 7:20:41 AM  (381)
คือภาพประวัติผมก็ไม่รุว่าจะไปเอามาจากไหนแต่ท่าเปนอย่างอื่นผมช่วยได้แต่ไม่รุว่าจะครบหรือเปล่านะคับ เช่นประโยชน์ของการเล่นกระบี่กระบองก็จะช่วยในการทำงานของอวัยวะภายในคล่องตัวขึ้นได้และสามารถช่วยให้เราไม่เป็นโรคหัวใจได้ด้วย ส่วนมารยาทของผู้ที่เล่นกระบี่กระบองก็ควรเป็นคนดีมีน้ำใจและเป็นคนกตัญญูกับพ่อ-แม่และจะเป็นคนที่มีอัธยาศัยดีมีสัมมาคารวะต่อผู้ใหญ่ มารยาทของผู้ดูที่ดีนั้นจะต้องไม่หัวเราะเวลาที่ผู้เล่นเล่นผิด ส่วนการเล่นด้วยความปลอดภัยนั้นผู้ที่เล่นเขาจะเซฟให้กับคู่เล่นของเขาอยู่แล้ว(หรือว่าเขารู้กันนั่นเองอะนะ)ส่วนอุปกรณ์ นั้นเวลาเขาซ้อมจะใช้ดาบที่ทำมาจากหวายแต่พอเอามาแสดงจริงๆนั้นเขาจะใช้ดาบเหล็กกัน และการรักษาอุปกรณ์นั้นท่าเป็นดาบหวายก็ไม่ต้องทำอะไรมากเพราะไม่มีอะไรต้องขัดอยู่แล้วแต่ท่าเป็นดาบเหล็กนั้นจะต้องนำมาขัดโดยใช้กระดาษทรายขัดเพื่อไม่ให้มีสนิมเกาะพอขัดเสร็จแล้วจึงนำน้ำมันสนมาขัดดาบอีกทีเพื่อให้ดาบมีความเงา *-*ผมเอาแค่พอคร่าวๆไปก่อนและกันนะคับหวังว่าคงเปนประโยชน์กับผู้ที่จะนำไปทำรายงาน งิงิ*-*(ที่ผมรู้นี่เพราะผมทำมาหมดแล้วอ่านะแง่มๆ)มีไรก็ถามมาได้เลยผมจะช่วยเองงับ Mr.jame     6/12/2006 7:19:57 AM  (380)
อยากได้ภาพประวัติความเป็นมาของกระบี่กระบอง ประโยชน์ของการเล่นกระบี่กระบอง มารยาทของนักกระบี่กระบองที่ดี มารยาทของผู้ดูที่ดี การเล่นด้วยความปลอดภัย อุปกรณ์และการดูแลรักษา ด.ญ. พอลล่า วินโกมินทร์     6/12/2006 6:31:27 AM  (379)
ประวัติกระบี่กระบอง
Sward and pole
เป็นที่น่าเสียดายมากที่ไม่สามารถสืบเอาข้อเท็จจริงได้ว่า กระบี่กระบองนี้มีมาแต่ครั้งไหน ใครเป็นผู้คิดค้น เพราะครูบาอาจารย์รุ่นเก่า ๆ มิได้รวบรวมขึ้นไว้เป็นหลักฐานประการหนึ่ง และทั้งการเรียนในสมัยก่อน ก็มุ่งในทางปฎิบัติเป็นส่วนใหญ่ มิได้ห่วงใยที่จะสั่งสอนทางทฤษฏีเลย
แต่เนื่องด้วยไทยเราเป็นนักรบมาแต่โบราณกาล จึงเชื่อว่ากระบี่กระบองนั้นคงเป็นเกมที่นักรบคงเล่นกันมาช้านานแล้ว หลักฐานที่พอจะอ้างอิงได้ก็คือ การศึกษาจากพระราชนิพนธ์ ซึ่งพอจะทำให้ทราบว่าในรัชกาลที่ 2 คงมีการเล่นกระบี่กระบองแล้ว โดยศึกษาจากพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 2 ที่ทรงนิพนธ์ไว้ในหนังสืออิเหนา ในรัชกาลที่ 3 ก็ศึกษาจากผลงานของท่านสุนทรภู่ได้แต่ในเรื่องพระอภัยมณี
กระบี่กระบองได้เฟื่องฟูมากในรัชกาลที่ 4 เพราะพระองค์ทรงโปรดปรานมากเป็นพิเศษ ถึงกับโปรดให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอหลายพระองค์ด้วยกัน ทรงหัดกระบี่กระบองจนครบวง ครั้งถึงรัชกาลที่ 6 ความครึกครื้นในการเล่นกระบี่กระบองชักจะลดลงไปบ้าง คงมีการจัดการแสดงบ้างเป็นครั้งคราว ครั้นต่อมาในรัชกาลที่ 7 กระบี่กระบองก็ค่อย ๆ หมดไป และนับวันจะสูญสิ้นไปทุกปี
ท่านอาจารย์นาค เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นผู้หนึ่งที่เล่าเรียนวิชากระบี่กระบองมาแต่เล็กและรักใคร่ในวิชานี้มาก ในโอกาสที่ท่านได้เป็นอาจารย์ใหญ่ในโรงเรียนพลศึกษากลาง ท่านก็ได้นำวิชากระบี่กระบองเข้าไว้ในหลักสูตรของประโยคครูผู้สอนพลศึกษาขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2479 นับตั้งแต่นั้นมาก็มีผู้เรียนสำเร็จและสอบไล่ได้เป็นลำดับจนถึงปี พ.ศ. 2486 มีผู้เรียนสำเร็จวิชานี้ทั้งสิ้น 117 คน จำนวนผู้สำเร็จนี้ก็ได้นำวิชาความรู้ไปเผยแพร่ในโอกาสที่รับราชการอยู่ต่างจังหวัด ปรากฏว่าเป็นที่สนใจของประชาชนเป็นอันมาก
ประโยชน์ของการเล่นกระบี่กระบอง
1. ใช้สำหรับต่อสู้ป้องกันตัวได้เป็นอย่างดี
2. เป็นการพลศึกษาที่ดีคือเป็นการออกกำลังกายทุกส่วนของร่างกาย
3. เป็นกีฬาที่ฝึกน้ำใจได้เป็นอย่างดี
4. เป็นเกมที่ฝึกอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายโดยเฉพาะการตัดสินใจ
5. เป็นการเชิดชูศิลปะประจำชาติ
sirikorn     6/11/2006 8:15:01 AM  (378)
ประวัติกระบี่กระบอง
Sward and pole
เป็นที่น่าเสียดายมากที่ไม่สามารถสืบเอาข้อเท็จจริงได้ว่า กระบี่กระบองนี้มีมาแต่ครั้งไหน ใครเป็นผู้คิดค้น เพราะครูบาอาจารย์รุ่นเก่า ๆ มิได้รวบรวมขึ้นไว้เป็นหลักฐานประการหนึ่ง และทั้งการเรียนในสมัยก่อน ก็มุ่งในทางปฎิบัติเป็นส่วนใหญ่ มิได้ห่วงใยที่จะสั่งสอนทางทฤษฏีเลย
แต่เนื่องด้วยไทยเราเป็นนักรบมาแต่โบราณกาล จึงเชื่อว่ากระบี่กระบองนั้นคงเป็นเกมที่นักรบคงเล่นกันมาช้านานแล้ว หลักฐานที่พอจะอ้างอิงได้ก็คือ การศึกษาจากพระราชนิพนธ์ ซึ่งพอจะทำให้ทราบว่าในรัชกาลที่ 2 คงมีการเล่นกระบี่กระบองแล้ว โดยศึกษาจากพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 2 ที่ทรงนิพนธ์ไว้ในหนังสืออิเหนา ในรัชกาลที่ 3 ก็ศึกษาจากผลงานของท่านสุนทรภู่ได้แต่ในเรื่องพระอภัยมณี
กระบี่กระบองได้เฟื่องฟูมากในรัชกาลที่ 4 เพราะพระองค์ทรงโปรดปรานมากเป็นพิเศษ ถึงกับโปรดให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอหลายพระองค์ด้วยกัน ทรงหัดกระบี่กระบองจนครบวง ครั้งถึงรัชกาลที่ 6 ความครึกครื้นในการเล่นกระบี่กระบองชักจะลดลงไปบ้าง คงมีการจัดการแสดงบ้างเป็นครั้งคราว ครั้นต่อมาในรัชกาลที่ 7 กระบี่กระบองก็ค่อย ๆ หมดไป และนับวันจะสูญสิ้นไปทุกปี
ท่านอาจารย์นาค เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นผู้หนึ่งที่เล่าเรียนวิชากระบี่กระบองมาแต่เล็กและรักใคร่ในวิชานี้มาก ในโอกาสที่ท่านได้เป็นอาจารย์ใหญ่ในโรงเรียนพลศึกษากลาง ท่านก็ได้นำวิชากระบี่กระบองเข้าไว้ในหลักสูตรของประโยคครูผู้สอนพลศึกษาขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2479 นับตั้งแต่นั้นมาก็มีผู้เรียนสำเร็จและสอบไล่ได้เป็นลำดับจนถึงปี พ.ศ. 2486 มีผู้เรียนสำเร็จวิชานี้ทั้งสิ้น 117 คน จำนวนผู้สำเร็จนี้ก็ได้นำวิชาความรู้ไปเผยแพร่ในโอกาสที่รับราชการอยู่ต่างจังหวัด ปรากฏว่าเป็นที่สนใจของประชาชนเป็นอันมาก
ประโยชน์ของการเล่นกระบี่กระบอง
1. ใช้สำหรับต่อสู้ป้องกันตัวได้เป็นอย่างดี
2. เป็นการพลศึกษาที่ดีคือเป็นการออกกำลังกายทุกส่วนของร่างกาย
3. เป็นกีฬาที่ฝึกน้ำใจได้เป็นอย่างดี
4. เป็นเกมที่ฝึกอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายโดยเฉพาะการตัดสินใจ
5. เป็นการเชิดชูศิลปะประจำชาติ
sirikorn     6/11/2006 8:14:41 AM  (377)
การด้ด่ตะกีพ่ำ ส.ณ .นวพลแสนดี     6/11/2006 2:03:18 AM  (376)
ช่วยหาประวัติกระบี่กระบองให้หน่อย เมย์     6/10/2006 11:46:35 PM  (375)
กระบี่กระบองจะต้องขยันฝึกฝนและใช้ความอดทน จะต้องมีใจรักโดยแท้ หาคู่ซ้อมที่ฝีมือต่างออกไป หมั่นซ้อมเพื่อหาเทคนิคและเพื่อเพิ่มความเร็วในการเล่น 001     6/10/2006 1:31:11 AM  (374)
พ่อมึงชื่ออะไร 01000     6/6/2006 8:04:35 AM  (373)
อยากได้ประวัติกระบี่กระบองพร้อมรูปภาพด่วนครับส่งให้ด้วยfirst_legendkiller@hotmail.com first_legendkiller@hotmail.com     6/5/2006 8:42:53 AM  (372)
อยากได้ประวัติของกระบี่กระบองจะส่งรายงานอ่ะ
Peer@hotmail.com     5/28/2006 10:07:44 AM  (371)
อยากรู้มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ค่ะอยากได้ก่อน25ส.ค.49ค่ะฮิๆๆๆ คนที่คุณไม่รู้ว่าใคร [-_-"]     5/25/2006 7:57:53 AM  (370)
ชอบมากกระบี่กระบอง
สนุกมากกับวิชากระบี่กระบองนี้     5/23/2006 10:02:21 PM  (369)
เราก็อยากทราบเหมือนกัน^o^
N_an2536@thaimail.com     5/21/2006 8:28:20 AM  (368)
ยากทราบว่าท่าม้รำ12ไม้มีไม้อะไรบ้างครับ ภูริ     5/18/2006 5:25:10 AM  (367)
ใครรู้ช่วยตอบหน่อยว่าจะหาประวัติกระบี่กระบองที่ไหนได้บ้างครับ ด.ช.พิชัย มณีอรุณ     5/11/2006 4:56:05 AM  (366)
อยากรู้ประวัติกระบี่กระบองใครรู้ช่วยตอบหน่อยครับ ด.ช.พิชัย มณีอรุณ     5/11/2006 4:45:07 AM  (365)
อยากได้ภาพและประวัติของกระบี่กระบองหรือดาบ2มือหมดเลยครับเพื่อไปทำรายงาน ด.ช.พิชัย มณีอรุณ     5/11/2006 4:36:05 AM  (364)
น่าจะมีไม้รำกระบี่กระบอง12ไม้รำของดาบเดี่ยว kung_bg@hotmail.hotmail     3/2/2006 9:05:17 PM  (361)
http://thaisword.nisit.ku.ac.th/
เวปกระบี่กระบองของม.เกษตรฯครับ
กิ้ม     3/2/2006 7:09:46 PM  (360)
ฃ้อมูลไม่มาก. กีฬาว่าว จัดให้มีการแข่งขันว่าวชิงถ้วยพระราชทานพระองค์ทรงโปรดเกล้าให้สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพร่างระเบียบการแข่งขันว่าว และตราเป็นข้อบังคับ เรียก กติกาว่าว สนามหลวง พระองค์ยังดำริที่จะตั่งสมาคมกีฬาสยามขึ้น
2. จัดให้มีการแข่งขันกีฬากระบี่กระบอง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นนักกระบี่กระบองที่มีความสามารถ พระองค์ได้ส่งเสริมให้มีการฝึกหัดและจัดแข่งขันกันอย่างกว้างขวาง
3. ให้มีการแข่งขันกีฬามวยไทย รัชกาลที่ 5 พระองค์มีความชำนาญในกีฬามวยไทยจึงจัดให้มีการแข่งขันชกมวยขึ้นทั้งในชนบทและในกรุง
ฃ้อมูลไม่มาก     3/1/2006 1:56:10 PM  (359)
ฃ้อมูลไม่มาก. กีฬาว่าว จัดให้มีการแข่งขันว่าวชิงถ้วยพระราชทานพระองค์ทรงโปรดเกล้าให้สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพร่างระเบียบการแข่งขันว่าว และตราเป็นข้อบังคับ เรียก กติกาว่าว สนามหลวง พระองค์ยังดำริที่จะตั่งสมาคมกีฬาสยามขึ้น
2. จัดให้มีการแข่งขันกีฬากระบี่กระบอง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นนักกระบี่กระบองที่มีความสามารถ พระองค์ได้ส่งเสริมให้มีการฝึกหัดและจัดแข่งขันกันอย่างกว้างขวาง
3. ให้มีการแข่งขันกีฬามวยไทย รัชกาลที่ 5 พระองค์มีความชำนาญในกีฬามวยไทยจึงจัดให้มีการแข่งขันชกมวยขึ้นทั้งในชนบทและในกรุง
ฃ้อมูลไม่มาก     3/1/2006 1:54:15 PM  (358)
ประวัติการเล่นกระบี่กระบองในสมัยต่างๆ

อาณาจักรน่านเจ้า
พ.ศ.1291 พระเจ้าพีล่อโก๊ะ ได้รวบรวมอาณาจักรไทยขึ้น เรียกว่า อาณาจักรน่านเจ้า และมีกษัตริย์ที่เข้มแข็งปกครองอยู่นาน ไทยต้องทำสงครามกับจีนอยู่ตลอดเวลา บางครั้งก็เป็นมิตร บางครั้งก็เป็นศัตรูกัน ในสมัยนั้นมีการฝึกใช้อาวุธบนหลังม้า รู้จักใช้หอก ใช้ง้าว ในสมัยล้านนาไทยได้มีวิชาการต่อสู้ป้องกันตัว และวิชาเจิ้ง (การต่อสู้แบบจีนชนิดหนึ่งคล้าย ๆ มวยจีน) การรบเพลงอาวุธและตำราพิชัยสงคราม จะสังเกตเห็นว่าการต่อสู้ในสมัยนี้ส่วนมากจะใช้อาวุธ เพราะเป็นการต่อสู้เพื่อเอกราช การต่อสู้ด้วยมือเปล่าก็มีอยู่บ้าง แต่ส่วนมากจะใช้ระยะประชิดตัว และนิยมการเลียนแบบจากจีน
สมัยกรุงสุโขทัย
พ.ศ. 1781 – 1921 ในสมัยสุโขทัยนี้การต่อสู้ด้วยมือเปล่าด้วยวิชามวยไทยก็มีใช้อยู่ในการต่อสู้กับข้าศึก ส่วนใหญ่ก็ยังใช้อาวุธชนิดต่าง ๆ เพื่อการกอบกู้ประเทศชาติ สถานที่ที่เป็นสำนักประสิทธิ์ประสาทวิชามวยไทยแบ่งออกเป็น
1. วัด จากครูอาจารย์ที่บวชเป็นพระภิกษุและมีฝีมือในการต่อสู้
2. บ้าน จากผู้มีความรู้เป็นผู้ถ่ายทอดวิชามวยไทยให้กุลบุตร กุลธิดาที่สนใจ
3. สำนักราชบัณฑิต ให้เรียนวิชาการต่อสู้ป้องกันตัว มีการใช้อาวุธบนหลังม้า ช้าง วัว ควาย
นอกจากนี้ยังมีการละเล่นพื้นเมือง เช่น ระบำ รำ เต้น กีฬาว่าว จากพงศาวดารโยนกพูดถึงเรื่องการล่าสัตว์ว่า พระเจ้าเม็งรายกับพระเจ้ารามคำแหงได้ทรงช้างออกไปล่าสัตว์กับพวกพรานและข้าราชบริพาร ซึ่งเป็นสัตว์ประเภท กวาง หมู ไก่ อีเก้ง นก ฯลฯ เป็นต้น
สมัยกรุงศรีอยุธยา
พ.ศ. 1893 – 2310 สมัยนี้ยังมีการถ่ายทอดวิชาการต่าง ๆ มาจากสมัยสุโขทัยกันอย่างต่อเนื่อง เช่น การล่าสัตว์ การคลองช้าง การฟ้อนรำ และการละเล่นต่าง ๆ และวัดยังคงเป็นสถานที่ให้ความรู้ทั้งวิชาสามัญและฝึกความชำนาญในเชิงดาบกระบี่ กระบอง กริช มวยไทย ธนู เป็นต้น
พ.ศ. 1901 – 2173 ประชาชนในกรุงศรีอยุธยานิยมเล่นกีฬากลางแจ้งกันมาก โดยเฉพาะการเล่นว่าว จนต้องออกกฎมณเฑียรบาล ห้ามประชาชนเล่นว่าวเหนือพระราชฐาน
พ.ศ. 2174 – 2233 สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชนับว่าเจริญที่สุด เพราะมีกีฬาหลายอย่าง เช่น การแข่งเรือ การชกมวย
สมัยพระเจ้าเสือ หรือขุนหลวงสรศักดิ์ พระองค์ชอบกีฬาชกมวย ครั้งหนึ่งพระองค์ได้เสด็จไปที่ตำบลราดรวด พระองค์พร้อมด้วยมหาดเล็กอีก 4 คน แต่งกายแบบชาวบ้านนอกไปเที่ยวงานมหรสพ แล้วพระองค์ก็สมัครชกมวย โดยไม่เกี่ยงว่าคู่ต่อสู้จะเป็นใคร พอทางสนามรู้ว่าพระองค์เป็นนักมวยมาจากอยุธยาจึงได้จัดนักมวยฝีมือดีจากเมืองวิเศษไชยชาญเท่าที่มีอยู่ ซึ่งได้แก่ นายกลางหมัดมวย นายใหญ่หมัดเหล็ก และนายเล็กหมัดหนัก ชกกับพระเจ้าเสือ พระองค์ชกชนะทั้งสามคนรวด พระองค์ได้ฝึกฝนให้เจ้าฟ้าเพชร และเจ้าฟ้าพร พระราชโอรสให้สามารถใน กระบี่กระบองและมวยปล้ำ
ในสมัยนั้นใครมีเพลงดาบดีและเก่งทางรบพุ่งนั้นจะต้องเก่งทางมวยไทยด้วย เพราะเวลารบพุ่งนั้นต้องอาศัยมวยไทยเข้าช่วยด้วย ดังนั้น วิชามวยไทยในสมัยนั้นจึงมุ่งหมายเพื่อที่จะฝึกฝนเพลงดาบ และวิชามวยไทย เพื่อที่จะให้ตัวเองเข้าไปรับใช้ชาติโดยการเป็นทหาร
แต่เมื่อพ้นจากหน้าที่สงครามแล้ว มีการชกมวยกันเพื่อความสนุกสนาน และมีการพนันกันระหว่างนักมวยที่เก่งจากหมู่บ้านหนึ่ง กับนักมวยที่เก่งจากอีกหมู่บ้านหนึ่งมาชกกัน ในหน้าที่มีงานเทศกาล หรือเกิดการท้าทายกวันขึ้นและมีการพนันขันต่อกัน มวยในสมัยนั้นชกกันด้วยหมัดเปล่า ๆ ยังไม่มีการคาดเชือก
พ.ศ. 2310 หลังจากกรุงศรีอยุธยาแตก คนไทยถูกจับไปเป็นเชลยมาก และเมื่อไปถึงพม่าก็จัดมหาเจดีย์ใหญ่เพื่อฉลองชัยชนะ สุกี้พระนายกองก็ได้คัดเลือกนายขนมต้มส่งไปชกมวยที่พม่าด้วย นายขนมต้ม ซึ่งได้ใช้วิชามวยไทยต่อสู้กับพม่าถึง 10 คน และพม่าได้แพ้นายขนมต้มหมดทุกคน จนถึงกับพระเจ้ากรุงอังวะตรัสชมเชยว่า คนไทยถึงแม้จะไม่มีอาวุธในมือ มีเพียงมือเปล่า 2 ข้าง ก็ยังมีพิษรอบตัว เสร็จแล้วพระเจ้ากรุงอังวะได้มอบเงินและภรรยาให้ 2 คน เป็นรางวัลแก่นายขนมต้ม นายขนมต้มจึงเปรียบเสมือนบิดาผู้สอนมวยไทย เพราะทำให้ไทยมีชื่อเสียงเกี่ยวกับวิชามวยไทยเป็นอันมากในสมัยนั้น และชื่อเสียงได้เลื่องลือมาจนถึงสมัยปัจจุบัน อนึ่ง ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย มวยไทยชกกันด้วยการ “คาดเลือก” เรียกว่า มวยคาดเชือก ซึ่งใช้เชือกหรือผ้าพันมือ บางครั้งการชกอาจถึงตายเพราะเชือกที่คาดมือนั้นบางครั้งใช้น้ำมันชุดเศษแก้วละเอียดชกตรงไหนเป็นแตกได้เลือด จะเห็นว่าสมัยนี้การชกมวยคาดเชือกมีอันตรายมาก
สมัยกรุงธนบุรี
พ.ศ. 2314 พม่ายกมาตีเมืองเชียงใหม่และได้ยกทัพมาตีเมืองพิชัย พระยาพิชัย (นายทองดี ฟันขาว) จึงนำทัพออกตะลุมบอนกับพม่าจนดาบทั้งสองหัก และป้องกันเมืองไว้ได้ พระยาพิชัยเป็นผู้มีฝีมือในเรื่องการชกมวย กระบี่กระบอง และฝีมือในการรบ พระเจ้ากรุงธนบุรี (พระเจ้าตากสิน) จึงได้ให้ไปครองเมืองพิชัย จากการต่อสู้ของพระยาพิชัยจนดาบหัก และสามารถป้องกันเมืองพิชัยไว้ได้นี้ประชาชนจึงเรียกว่า พระยาพิชัยดาบหักในสมัยกรุงธนบุรี มีการเล่นกีฬามวยไทย กระบี่กระบอง แข่งเรือ ว่าว ตะกร้อ หมากรุก ชัคคะเย่อ
สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ (สมัยปัจจุบัน)
พ.ศ. 2325 ในระยะต้น คือ รัชกาลที่ 1 – รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ กษัตริย์ไทยทรงโปรดการกีฬามาก เช่น สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดให้ลูกยาเธอหลายพระองค์ หัดเล่นกระบี่กระบอง ส่วนใหญ่ประชาชนก็นิยมเล่นกีฬากันมาก โดยฝึกกันตามบ้านและสำนักต่าง ๆ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ทรงแต่งตั้งผู้ที่มีฝีมือในทางกีฬาต่าง ๆ ให้เป็นหัวหน้ามีการจัดกีฬา ให้มียศและตำแหน่งด้วย เช่น หมื่นมวย แม่นหมัด ขุนชงัด ชิงชก เป็นผู้ดำเนินการจัดกีฬา กีฬาไทยที่ได้รับการยกย่องส่งเสริมมีดังนี้
1. กีฬาว่าว จัดให้มีการแข่งขันว่าวชิงถ้วยพระราชทานพระองค์ทรงโปรดเกล้าให้สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพร่างระเบียบการแข่งขันว่าว และตราเป็นข้อบังคับ เรียก กติกาว่าว สนามหลวง พระองค์ยังดำริที่จะตั่งสมาคมกีฬาสยามขึ้น
2. จัดให้มีการแข่งขันกีฬากระบี่กระบอง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นนักกระบี่กระบองที่มีความสามารถ พระองค์ได้ส่งเสริมให้มีการฝึกหัดและจัดแข่งขันกันอย่างกว้างขวาง
3. ให้มีการแข่งขันกีฬามวยไทย รัชกาลที่ 5 พระองค์มีความชำนาญในกีฬามวยไทยจึงจัดให้มีการแข่งขันชกมวยขึ้นทั้งในชนบทและในกรุง
4. จัดให้มีการแข่งขันกีฬา รัชกาลที่ 5 ได้จัดให้มีการแข่งขันกรีฑานักเรียนและครูขึ้น โดยจัดครั้งแรกเมื่อ 11 มกราคม พ.ศ. 2440 บริเวณท้องสนามหลวง โดยมีกระทรวงธรรมการเป็นผู้รับผิดชอบและดำเนินงาน
ในสมัยอยุธยาตอนปลาย มวยไทยก็มีการฝึกฝนกันตามสำนักฝึกต่าง ๆ และมีการฝึกกันอย่างกว้างขวาง จนถึงสมัยกรุงเทพฯ ก็มีเวทีมวยที่จัดให้มีการแข่งขันกันอย่างสนุกสนาน เช่น เวทีสวนเจ้าเชษฐ์ และเวทีสวนกุหลาบ ซึ่งการชกในสมัยนี้ก็ยังมีการคาดเชือกกันอยู่ จนในตอนหลังนวมได้เข้ามาแพร่หลายในไทยการชกกันในสมัยหลัง ๆ จึงได้สวมนวมชกกัน แต่การชกก็ยังเหมือนเดิม คือยังใช้การถีบ เตะ ชก ศอก เข่า อยู่เช่นเดิมดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้

วายุ     2/9/2006 5:33:22 PM  (348)
ประวัติการเล่นกระบี่กระบองในสมัยต่างๆ

อาณาจักรน่านเจ้า
พ.ศ.1291 พระเจ้าพีล่อโก๊ะ ได้รวบรวมอาณาจักรไทยขึ้น เรียกว่า อาณาจักรน่านเจ้า และมีกษัตริย์ที่เข้มแข็งปกครองอยู่นาน ไทยต้องทำสงครามกับจีนอยู่ตลอดเวลา บางครั้งก็เป็นมิตร บางครั้งก็เป็นศัตรูกัน ในสมัยนั้นมีการฝึกใช้อาวุธบนหลังม้า รู้จักใช้หอก ใช้ง้าว ในสมัยล้านนาไทยได้มีวิชาการต่อสู้ป้องกันตัว และวิชาเจิ้ง (การต่อสู้แบบจีนชนิดหนึ่งคล้าย ๆ มวยจีน) การรบเพลงอาวุธและตำราพิชัยสงคราม จะสังเกตเห็นว่าการต่อสู้ในสมัยนี้ส่วนมากจะใช้อาวุธ เพราะเป็นการต่อสู้เพื่อเอกราช การต่อสู้ด้วยมือเปล่าก็มีอยู่บ้าง แต่ส่วนมากจะใช้ระยะประชิดตัว และนิยมการเลียนแบบจากจีน
สมัยกรุงสุโขทัย
พ.ศ. 1781 – 1921 ในสมัยสุโขทัยนี้การต่อสู้ด้วยมือเปล่าด้วยวิชามวยไทยก็มีใช้อยู่ในการต่อสู้กับข้าศึก ส่วนใหญ่ก็ยังใช้อาวุธชนิดต่าง ๆ เพื่อการกอบกู้ประเทศชาติ สถานที่ที่เป็นสำนักประสิทธิ์ประสาทวิชามวยไทยแบ่งออกเป็น
1. วัด จากครูอาจารย์ที่บวชเป็นพระภิกษุและมีฝีมือในการต่อสู้
2. บ้าน จากผู้มีความรู้เป็นผู้ถ่ายทอดวิชามวยไทยให้กุลบุตร กุลธิดาที่สนใจ
3. สำนักราชบัณฑิต ให้เรียนวิชาการต่อสู้ป้องกันตัว มีการใช้อาวุธบนหลังม้า ช้าง วัว ควาย
นอกจากนี้ยังมีการละเล่นพื้นเมือง เช่น ระบำ รำ เต้น กีฬาว่าว จากพงศาวดารโยนกพูดถึงเรื่องการล่าสัตว์ว่า พระเจ้าเม็งรายกับพระเจ้ารามคำแหงได้ทรงช้างออกไปล่าสัตว์กับพวกพรานและข้าราชบริพาร ซึ่งเป็นสัตว์ประเภท กวาง หมู ไก่ อีเก้ง นก ฯลฯ เป็นต้น
สมัยกรุงศรีอยุธยา
พ.ศ. 1893 – 2310 สมัยนี้ยังมีการถ่ายทอดวิชาการต่าง ๆ มาจากสมัยสุโขทัยกันอย่างต่อเนื่อง เช่น การล่าสัตว์ การคลองช้าง การฟ้อนรำ และการละเล่นต่าง ๆ และวัดยังคงเป็นสถานที่ให้ความรู้ทั้งวิชาสามัญและฝึกความชำนาญในเชิงดาบกระบี่ กระบอง กริช มวยไทย ธนู เป็นต้น
พ.ศ. 1901 – 2173 ประชาชนในกรุงศรีอยุธยานิยมเล่นกีฬากลางแจ้งกันมาก โดยเฉพาะการเล่นว่าว จนต้องออกกฎมณเฑียรบาล ห้ามประชาชนเล่นว่าวเหนือพระราชฐาน
พ.ศ. 2174 – 2233 สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชนับว่าเจริญที่สุด เพราะมีกีฬาหลายอย่าง เช่น การแข่งเรือ การชกมวย
สมัยพระเจ้าเสือ หรือขุนหลวงสรศักดิ์ พระองค์ชอบกีฬาชกมวย ครั้งหนึ่งพระองค์ได้เสด็จไปที่ตำบลราดรวด พระองค์พร้อมด้วยมหาดเล็กอีก 4 คน แต่งกายแบบชาวบ้านนอกไปเที่ยวงานมหรสพ แล้วพระองค์ก็สมัครชกมวย โดยไม่เกี่ยงว่าคู่ต่อสู้จะเป็นใคร พอทางสนามรู้ว่าพระองค์เป็นนักมวยมาจากอยุธยาจึงได้จัดนักมวยฝีมือดีจากเมืองวิเศษไชยชาญเท่าที่มีอยู่ ซึ่งได้แก่ นายกลางหมัดมวย นายใหญ่หมัดเหล็ก และนายเล็กหมัดหนัก ชกกับพระเจ้าเสือ พระองค์ชกชนะทั้งสามคนรวด พระองค์ได้ฝึกฝนให้เจ้าฟ้าเพชร และเจ้าฟ้าพร พระราชโอรสให้สามารถใน กระบี่กระบองและมวยปล้ำ
ในสมัยนั้นใครมีเพลงดาบดีและเก่งทางรบพุ่งนั้นจะต้องเก่งทางมวยไทยด้วย เพราะเวลารบพุ่งนั้นต้องอาศัยมวยไทยเข้าช่วยด้วย ดังนั้น วิชามวยไทยในสมัยนั้นจึงมุ่งหมายเพื่อที่จะฝึกฝนเพลงดาบ และวิชามวยไทย เพื่อที่จะให้ตัวเองเข้าไปรับใช้ชาติโดยการเป็นทหาร
แต่เมื่อพ้นจากหน้าที่สงครามแล้ว มีการชกมวยกันเพื่อความสนุกสนาน และมีการพนันกันระหว่างนักมวยที่เก่งจากหมู่บ้านหนึ่ง กับนักมวยที่เก่งจากอีกหมู่บ้านหนึ่งมาชกกัน ในหน้าที่มีงานเทศกาล หรือเกิดการท้าทายกวันขึ้นและมีการพนันขันต่อกัน มวยในสมัยนั้นชกกันด้วยหมัดเปล่า ๆ ยังไม่มีการคาดเชือก
พ.ศ. 2310 หลังจากกรุงศรีอยุธยาแตก คนไทยถูกจับไปเป็นเชลยมาก และเมื่อไปถึงพม่าก็จัดมหาเจดีย์ใหญ่เพื่อฉลองชัยชนะ สุกี้พระนายกองก็ได้คัดเลือกนายขนมต้มส่งไปชกมวยที่พม่าด้วย นายขนมต้ม ซึ่งได้ใช้วิชามวยไทยต่อสู้กับพม่าถึง 10 คน และพม่าได้แพ้นายขนมต้มหมดทุกคน จนถึงกับพระเจ้ากรุงอังวะตรัสชมเชยว่า คนไทยถึงแม้จะไม่มีอาวุธในมือ มีเพียงมือเปล่า 2 ข้าง ก็ยังมีพิษรอบตัว เสร็จแล้วพระเจ้ากรุงอังวะได้มอบเงินและภรรยาให้ 2 คน เป็นรางวัลแก่นายขนมต้ม นายขนมต้มจึงเปรียบเสมือนบิดาผู้สอนมวยไทย เพราะทำให้ไทยมีชื่อเสียงเกี่ยวกับวิชามวยไทยเป็นอันมากในสมัยนั้น และชื่อเสียงได้เลื่องลือมาจนถึงสมัยปัจจุบัน อนึ่ง ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย มวยไทยชกกันด้วยการ “คาดเลือก” เรียกว่า มวยคาดเชือก ซึ่งใช้เชือกหรือผ้าพันมือ บางครั้งการชกอาจถึงตายเพราะเชือกที่คาดมือนั้นบางครั้งใช้น้ำมันชุดเศษแก้วละเอียดชกตรงไหนเป็นแตกได้เลือด จะเห็นว่าสมัยนี้การชกมวยคาดเชือกมีอันตรายมาก
สมัยกรุงธนบุรี
พ.ศ. 2314 พม่ายกมาตีเมืองเชียงใหม่และได้ยกทัพมาตีเมืองพิชัย พระยาพิชัย (นายทองดี ฟันขาว) จึงนำทัพออกตะลุมบอนกับพม่าจนดาบทั้งสองหัก และป้องกันเมืองไว้ได้ พระยาพิชัยเป็นผู้มีฝีมือในเรื่องการชกมวย กระบี่กระบอง และฝีมือในการรบ พระเจ้ากรุงธนบุรี (พระเจ้าตากสิน) จึงได้ให้ไปครองเมืองพิชัย จากการต่อสู้ของพระยาพิชัยจนดาบหัก และสามารถป้องกันเมืองพิชัยไว้ได้นี้ประชาชนจึงเรียกว่า พระยาพิชัยดาบหักในสมัยกรุงธนบุรี มีการเล่นกีฬามวยไทย กระบี่กระบอง แข่งเรือ ว่าว ตะกร้อ หมากรุก ชัคคะเย่อ
สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ (สมัยปัจจุบัน)
พ.ศ. 2325 ในระยะต้น คือ รัชกาลที่ 1 – รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ กษัตริย์ไทยทรงโปรดการกีฬามาก เช่น สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดให้ลูกยาเธอหลายพระองค์ หัดเล่นกระบี่กระบอง ส่วนใหญ่ประชาชนก็นิยมเล่นกีฬากันมาก โดยฝึกกันตามบ้านและสำนักต่าง ๆ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ทรงแต่งตั้งผู้ที่มีฝีมือในทางกีฬาต่าง ๆ ให้เป็นหัวหน้ามีการจัดกีฬา ให้มียศและตำแหน่งด้วย เช่น หมื่นมวย แม่นหมัด ขุนชงัด ชิงชก เป็นผู้ดำเนินการจัดกีฬา กีฬาไทยที่ได้รับการยกย่องส่งเสริมมีดังนี้
1. กีฬาว่าว จัดให้มีการแข่งขันว่าวชิงถ้วยพระราชทานพระองค์ทรงโปรดเกล้าให้สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพร่างระเบียบการแข่งขันว่าว และตราเป็นข้อบังคับ เรียก กติกาว่าว สนามหลวง พระองค์ยังดำริที่จะตั่งสมาคมกีฬาสยามขึ้น
2. จัดให้มีการแข่งขันกีฬากระบี่กระบอง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นนักกระบี่กระบองที่มีความสามารถ พระองค์ได้ส่งเสริมให้มีการฝึกหัดและจัดแข่งขันกันอย่างกว้างขวาง
3. ให้มีการแข่งขันกีฬามวยไทย รัชกาลที่ 5 พระองค์มีความชำนาญในกีฬามวยไทยจึงจัดให้มีการแข่งขันชกมวยขึ้นทั้งในชนบทและในกรุง
4. จัดให้มีการแข่งขันกีฬา รัชกาลที่ 5 ได้จัดให้มีการแข่งขันกรีฑานักเรียนและครูขึ้น โดยจัดครั้งแรกเมื่อ 11 มกราคม พ.ศ. 2440 บริเวณท้องสนามหลวง โดยมีกระทรวงธรรมการเป็นผู้รับผิดชอบและดำเนินงาน
ในสมัยอยุธยาตอนปลาย มวยไทยก็มีการฝึกฝนกันตามสำนักฝึกต่าง ๆ และมีการฝึกกันอย่างกว้างขวาง จนถึงสมัยกรุงเทพฯ ก็มีเวทีมวยที่จัดให้มีการแข่งขันกันอย่างสนุกสนาน เช่น เวทีสวนเจ้าเชษฐ์ และเวทีสวนกุหลาบ ซึ่งการชกในสมัยนี้ก็ยังมีการคาดเชือกกันอยู่ จนในตอนหลังนวมได้เข้ามาแพร่หลายในไทยการชกกันในสมัยหลัง ๆ จึงได้สวมนวมชกกัน แต่การชกก็ยังเหมือนเดิม คือยังใช้การถีบ เตะ ชก ศอก เข่า อยู่เช่นเดิมดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้

วายุ     2/9/2006 5:32:54 PM  (347)
มีรูปภาพกระบี่กระบองไหม ปริวัฒน์ ขาวสุข     12/18/2005 12:50:45 PM  (335)
ขอประวัติความเป็นมาของกระบี่กระบอง ออม11/1/2004:31:03pm     11/20/2005 5:04:45 PM  (324)
กระบี่ เด้า     9/21/2005 9:22:06 AM  (301)
อยากได้ประวัติกระบี่กระบองเพื่อจะทำข้อสอบในเร็วๆนี้ เด็กส.ศ. 80     9/15/2005 3:12:36 PM  (297)
อยากรู้เรื่องกระบี่กระบองโดยละเอียด
วิกกี้     9/12/2005 6:03:59 PM  (294)
หายังไงก็หาอยากอมควยดีกว่า
เองละง่า     8/29/2005 5:16:52 PM  (288)
อยากได้ประวัติของกระบี่กระบองอ่ะคะ ช่วยหาให้หน่อนนะคะ
tenten_ploy@hotmail.com
.....     8/28/2005 1:45:17 PM  (283)
อยากได้ประวัติของกระบี่กระบองอ่ะคะ ช่วยหาให้หน่อนนะคะ
tenten_ploy@hotmail.com
.....     8/28/2005 1:44:57 PM  (282)
ศูนย์อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยและกีฬาไทยโรงเรียนวัดราชบพิธรับจัดการแสดงอาวุธไทยสมัยโบราณและการควงกระบองไฟ สนใจติดต่อได้ที่ อ.เต๋อ 07-0718175 อ.เต๋อ     8/2/2005 6:53:04 PM  (270)
ช่วยตอบด้วยนะ คนขี้สงสัย     7/24/2005 9:18:05 PM  (257)
ประวัติกระบี่กระบองนี่หาให้ได้ลึกๆละเอียดนี่หาได้จาเว็บไหนหรอหาตั้งนานแล้วไม่เจอซะดี คนขี้สงสัย     7/24/2005 9:15:34 PM  (256)
ประวัติกระบี่กระบองนี่หาให้ได้ลึกๆละเอียดนี่หาได้จาเว็บไหนหรอหาตั้งนานแล้วไม่เจอซะดี คนขี้สงสัย     7/24/2005 9:15:16 PM  (255)
ขอบคุณค่ะ แดรี่พลัส คุนา     7/10/2005 10:44:16 AM  (250)
ขอท่านทำรายละเอียดของกระบี่กระบองให้มากกว่านี้นะขอแนะนำ แดรี่พลัส คุนา     7/10/2005 10:43:16 AM  (249)
ผมอย่างมากผู้รู้บอกผมทีประวัติประโยชน์ท่าส่งมากจะเป็นกุศลมากกับคุณเพราะผมจะโดดตีจาก อ.๔รู้บอกผมด้ยคับผู้มีใจบุญ pi2202@chaiyo.com     6/21/2005 8:48:23 PM  (246)
อยากได้ประวัติของกระบี่ ประโยชน์ มารยาททั่วไป ชื่อไม้รำ ลักษณะการเดิน การควง ถ้ามีใครทราบกรุณาส่งเมล์มาให้ด้วยนะคะขอบคุณคะ n_yui_5@hotmail.com     6/21/2005 10:19:28 AM  (244)
ต้องการหาประวัติกระบี่กระบองช่วยหาให้ที นิตยา น้อยโป๊ะ     6/7/2005 6:47:16 PM  (240)
อยากได้เครื่องดนตรีที่ใช้ตอนรำกระบี่อ่ะครับ livestrong_suthi@hotmail.com นัท อยู่โรงเรียนวัดสุทธิ ดุริยางค์ครับ     6/6/2005 10:40:19 PM  (239)
อยากได้ประวัติของกระบี่กระบองจังเลย ส่งคำตอบมาให้ที เด็กหมู่บ้าน tawat@sanook.com     6/5/2005 8:01:31 PM  (237)
ใครรู้ว่าเครื่องดนตรีประกอบกระบี่กระบอง กับอาวุธตอบด่วนจี๋น่ะคร๊าบ หาไม่เจอเลยซักทีหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ หามาเกือบ1อาทิตย์แร้ว ฟลุกครับ รรวัดสุทธิวราราม armageddon_fluke@hotmail.com     6/4/2005 4:48:06 PM  (232)
ใครรู้ว่าเครื่องดนตรีประกอบกระบี่กระบอง กับอาวุธตอบด่วนจี๋น่ะคร๊าบ armageddon_fluke@hotmail.com     6/4/2005 4:43:21 PM  (229)
อยากได้เนื่อหามากว่านี้อ่ะ อะอะอะอะ....(ที่เหลือเดาเอง)     6/4/2005 2:58:52 PM  (228)
อยากได้รูปตอนที่แสดงวิชากระบี่กระบองอ่ะครับ เครื่องดนตรีที่ใช้ในการแสดง ส่งมาให้หน่อยน่ะ....ขอบคุณมากครับ นัท อยู่โรงเรียนวัดสุทธิ livestrong_suthi@hotmail.com     5/31/2005 10:44:21 PM  (225)
อยากรู้ประวัติ Kriangkri Auudomyuht kriangkri_happen@hotmail.com     5/27/2005 4:03:52 PM  (220)
อยากได้เกี่ยวกับกระบี่กระบองทั้งหมดเลย บี     5/26/2005 6:48:23 PM  (219)
อยากได้ ประโยชน์ มารยาทในการเล่น คุณสมบัติของผู้เล่นกระบี่กระบองค่ะ กรุณาส่งไปที่ napasorn11_33_8@hotmail.com นะคะ
ขอบคุณล่วงหน้าเลยค่ะ
หาไม่เจอค่ะ     5/22/2005 8:21:21 AM  (218)
อยากรู้ประวัติของกระบี่
ศศลักษณ์     5/21/2005 1:11:24 PM  (217)
http://www.geocities.com/parinya45/sword.htm เด็กโยธินเหมือนกัน     5/17/2005 5:20:25 PM  (216)
เราก้อโดนเหมือนกัน เซงมากอ่า แต่ว่ารู้สึกว่าเราจะเจแล้ว เดี๋ยวเอามาให้ดูอ่ะนะ เด็กโยธินเหมือนกัน     5/17/2005 5:19:36 PM  (215)
ขอประวัติความเป็นมากระบี่กระบอง
ออม     11/1/2004 4:31:03 PM  (191)
อยากได้การฝึกทักษะของกระบี่กระบองเดี๋ยวนี้ puifai28@chaiyo.com     1/26/2004 8:16:19 AM  (162)
อยากรู้ประวัติวอลเล่บอล! หาจนจะตายอยู่เเล้ว Jukojang     1/18/2004 3:41:44 AM  (159)
อยากได้ประเพณีของกระบี่กระบองค่ะ
หาไม่เจอเลยสักที จะเอาไปทำโครงงานค่ะ
ช่วยบอกทีนะค่ะ ส่งไปที่ Buncha.doleme@thaimail.com
จะขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ (รีบมากๆๆเลยนะค่ะขอด่วนจริงๆ)
เด็กขอนแก่นค่ะ     12/22/2003 6:56:35 AM  (153)
อยากได้ประวัติความเป็นมาของ กระบี่กระบองค่ะ ไม่ทราบว่าไครรู้บ้างช่วยส่งมาให้ที
love3u@thaimail.com
ฝ้าย     12/20/2003 1:45:31 AM  (152)
เข้าเว็ป google.co.th แล้วพิมพ์ ประวัติกระบี่กระบอง sssssssss     11/28/2003 6:15:41 AM  (149)
อยากได้ประวัติของกระบี่ ประโยชน์ มารยาททั่วไป ชื่อไม้รำ ลักษณะการเดิน การควง ถ้ามีใครทราบกรุณาส่งเมล์มาให้ด้วยนะคะขอบคุณคะ wisarat28box@thaimail.com     9/18/2003 5:39:03 AM  (137)
อยากได้ประวัติเหมือนกันใครรู้บอกทีนะค่ะ อิคิว     9/5/2003 5:10:13 AM  (131)
อยากได้รายละเอียดของกระบี่กระบองหรือดาบ 2 มือหมดเลยค่ะได้แล้วกรุณาส่งไปที่ kate_376@hotmail.com นะค่ะ
kate_376@hotmail.com     7/27/2003 12:56:13 AM  (126)
อยากได้รายละเอียดของกระบี่กระบองหรือดาบ 2 มือหมดเลยค่ะ
...     7/27/2003 12:52:59 AM  (125)
ถ้าจะทำรายงานเกี่ยวกับกระบี่กระบองหาที่เว็บไซ อะไร ajima , ajima@jojomail.com     5/26/2003 6:22:37 AM  (115)
ถ้าจะทำรายงานเกี่ยวกับกระบี่กระบองหาที่เว็บไซ อะไร ajima     5/26/2003 6:21:39 AM  (114)
หาอยู่เหมือนกันคะ อาจารย์ให้ทำรายงาน ใครมีเว็บไซต์ดีๆก้อบอกกันด้วยนะคะ ขอบคุณคะ เตี้ย     3/7/2003 10:10:20 PM  (109)
ขอประวัติความเป็นมาของวิชากระบี่กระบองค่ะ Jin     2/23/2003 9:46:52 PM  (105)
ถ้าจะเอาหลักระบี่กระบองแบบทางพละศึกษาก็หาหนังสือ เล่มที่อาจารย์ฟองเป็นคนเขียน ร้านหนังสือ หรือ หอสมุดก็น่าจะมี
ถ้าไม่ได้จริง ๆก็เมลมาบอกจะส่งไปให้ก็แล้วกัน
ครูกระบี่กระบอง     2/22/2003 8:34:13 AM  (104)
นี่เราก็กำลังหาอยู่เนี่ย เราsearchไม่เห็นเจอเลยคือเป็นหวัดเลยไม่ได้ไปหอสมุด ไม่รู้ว่าอ.จะสั่งไปทำไม เด็กโยธิน     1/13/2003 6:33:24 AM  (92)
คุณสามารถหาข้อมูลได้ที่ห้องสมุดศูนย์วัฒนธรรม, หอสมุดแห่งชาติ หรือห้องสมุดตามมหาวิทยาลัยต่างๆได้ค่ะ ซึ่งหนังสือชื่อ "สารานุกรมไทย" เปิดดูคำว่ากระบี่กระบองก็จะมีรายละเอียดต่างๆตามที่คุณต้องการค่ะ ขันทอง     11/22/2002 3:55:08 AM  (77)

หมายเหตุ  ุ ข้อความต่างๆ เป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนบุคคล เว็บไซด์ thaifolk.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในข้อความต่างๆที่ปรากฎ
ถ้าท่านเห็นว่ากระทู้ใดมีข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณา E-mail เพื่อแจ้งลบกระทู้ จะขอบพระคุณอย่างยิ่งค่ะ
หากท่านมีความรู้ช่วยตอบให้เพื่อน ๆ หน่อยค่ะ ขอบคุณค่ะ กรุณากรอกชื่อ, e-mail เพื่อว่าจะได้สะดวกในการติดต่อระหว่างผู้ถามและผู้ตอบ ถ้าหากมีผู้ที่สนใจจะติดต่อสอบถามท่านโดยตรง
  ชื่อ-สกุล หรือ E-Mail

คำตอบ

กรุณาใส่ตัวเลข 2052ในช่องว่าง